ก็จะยังไม่เกิดขึ้น ส่วนสัญญาณหรือเครื่องบ่งชี้ (อะลาอิม) นั้น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง “สัญญาณของการปรากฏตัว” คือปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นบนพื้นฐานคำพยากรณ์ของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และอะอิมมะฮ์ (อ.) เพื่อเป็นการแจ้งข่าวการใกล้เข้ามาแล้วของการลุกขึ้นยืนหยัดของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) [รายละเอียดในเรื่องชะรออิฏนั้น อาจจะได้มีการนำเสนอในบทความถัดไป]
คัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวเกี่ยวกับชะตากรรมของศาสดาอีซา (เยซู) บุตรของมัรยัม ไว้ในซูเราะอันนิสาอ์โองการที่ 157 - 159 ความว่า :
ตามโองการต่าง ๆ ข้างต้นนี้ ในด้านหนึ่งนั้น ท่านศาสดาอีซา (อ.) ได้ถูกยกขึ้นสู่ฟากฟ้า และขณะนี้ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ และในอีกด้านหนึ่งก่อนการเสียชีวิตของท่าน ชาวคัมภีร์ (อะฮ์ลุลกิตาบ) ทั้งมวลจะต้องศรัทธาต่อท่านเสียก่อน และจุดประสงค์จากชาวคัมภีร์ในที่นี้จะหมายถึงชาวยิวและเผ่าพันธ์ของอิสราเอลซึ่งโองการต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ได้กล่าวถึงอาชญากรรมและการก่อความเสียหายต่าง ๆ ของพวกเขา และในโองการทั้งสามข้างต้นนี้ก็ได้ชี้ชัดถึงคำกล่าวอ้างของพวกเขา ที่ว่าพวกเขาได้ฆ่าท่านศาสดาอีซา (อ.) และเป็นที่ชัดเจนว่า สิ่งนี้ (ที่ว่าชาวคัมภีร์ทั้งมวลจะต้องศรัทธาต่อท่าน) จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้น ดังนั้น สัญญาของคัมภีร์อัลกุรอานจะต้องเป็นจริงขึ้นมาอย่างแน่นอนในอนาคต
ในฮะดีษต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) นั้นได้ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงเวลาของการปรากฏกาย (ซูฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) นั้น ท่านศาสดาอีซา (อ.) จะลงมาจากฟากฟ้า จะลงมาอยู่เบื้องหลังและนมาซตามหลังท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) และจะรับผิดชอบหน้าที่ในการเป็นผู้ช่วยเหลือท่าน
ในวจนะต่าง ๆ ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และบรรดาท่านอิมามมะอ์ซูม (อ.) นั้นได้อธิบายถึงความสัมพันธ์ ความเกี่ยวข้องและความร่วมมือกันระหว่างท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) และท่านศาสดาอีซา (อ.) ในกรณีที่เกี่ยวกับการปฏิวัติโลกไว้อย่างชัดเจน และเป็นที่รับรู้กันดีในหมู่ชาวมุสลิม
อบูซะอีด อัลคุดรีย์ ได้รายงานจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ซึ่งท่านได้อธิบายถึงคุณลักษณะหกประการที่ไม่มีใครเหมือนของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) จากนั้นท่านกล่าวว่า :
ในฮะดีษ (วจนะ) อีกบทหนึ่งของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวถึงท่านศาสดาอีซา (อ.) เกี่ยวกับการเป็นผู้ช่วยเหลือท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ไว้เช่นนี้ว่า :
“มะฮ์ดีจะมาจากเชื้อสายของฉัน เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้น อีซาบุตรของมัรยัมจะลงมาเพื่อช่วยเหลือเขา แล้วเขาจะให้มะฮ์ดีนำหน้าและเขาจะนมาซตามหลังเขา”
ในฮะดีษเมี๊ยะอ์รอจของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) นั้น กล่าวว่า : ภายหลังจากที่พระผู้เป็นเจ้าได้อธิบายถึงวิลายะฮ์ (อำนาจการปกครอง) และคิลาฟะฮ์ (การเป็นผู้สืบทอดการปกครอง) ต่อจากท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ของท่านอิมามอะลี (อ.) พระองค์ได้ทรงตรัสกับท่านศาสดาว่า :
“และผู้ชี้นำคนสุดท้ายจะเป็นบุรุษผู้หนึ่งจากอะฮ์ลุลบัยต์ของเจ้า ผู้ซึ่งอีซา บุตรของมัรยัมจะนมาซตามหลังเขา เขาจะทำให้แผ่นดินเต็มเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม ดั่งที่มันได้ถูกทำให้เต็มไปด้วยความอธรรมและการกดขี่ ข้าจะทำการชี้นำทางประชาชาติของเจ้าและทำให้พวกเขาออกจากความหลงทางโดยสื่อจากเขา ข้าจะรักษาคนตาบอดและเยียวยารักษาผู้ป่วยโดยสื่อจากเขา"
และเมื่อผู้นำการปฏิวัติของโลก คือท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ได้ลุกขึ้นยืนหยัดแล้ว ท่านศาสดา
อีซา (อ.) จะคอยให้การช่วยแหลือเคียงบ่าเคียงไหล่ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) เพื่อที่จะทำให้คำสอนอันทรงคุณค่าในคัมภีร์อัลกุรอานถูกนำมาใช้ปฏิบัติอย่างครอบคลุมเหนือโลกนี้ หนึ่งในปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาและความก้าวหน้าของการปฏิวัติโลกท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) และสถาปนาอำนาจการปกครองของอิสลามขึ้นทั่วโลกนั้น ก็คือ การปรากฏตัวของศาสดาแห่งพระผู้เป็นเจ้าท่านนี้ เคียงข้าง
ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จากวงศ์วานของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ...
อีซา บุตรของมัรยัม
คือหนึ่งในผู้ช่วยเหลือของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.)
คัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวเกี่ยวกับชะตากรรมของศาสดาอีซา (เยซู) บุตรของมัรยัม ไว้ในซูเราะอันนิสาอ์โองการที่ 157 - 159 ความว่า :
“และการที่พวกเขากล่าวว่า
แท้จริงพวกเราได้ฆ่า อัล-มะซีห์ อีซา บุตรของมัรยัม
ศาสนทูตของอัลลอฮ์ และพวกเขาหาได้ฆ่าอีซาและหาได้ตรึงเขาบนไม้กางเขนไม่
แต่ทว่าเขาถูกทำให้เหมือนแก่พวกเขา และแท้จริงบรรดาผู้ที่ขัดแย้งในตัวเขานั้น แน่นอน ย่อมอยู่ในความสงสัยเกี่ยวกับเขา
พวกเขาหามีความรู้ใดๆ ต่อเขาไม่ นอกจากปฏิบัติตามการคาดเดาเท่านั้น และพวกเขามิได้ฆ่าเขา (อีซา) ด้วยความมั่นใจ ทว่าอัลลอฮ์ได้ทรงยกเขา (อีซา) ขึ้นไปยังพระองค์ต่างหาก
และอัลลอฮ์เป็นผู้ทรงเกริกเกียรติยิ่ง ผู้ทรงปรีชาญาณเสมอ และไม่มีชาวคัมภีร์คนใด
นอกจากเขาจำเป็นจะต้องศรัทธาต่อเขา (อีซา) ก่อนที่เขาจะตาย และในวันกิยามะฮ์
(ชาติหน้า) เขา (อีซา) จะเป็นพยานยืนยันเหนือพวกเขาเหล่านั้น”
ตามโองการต่าง ๆ ข้างต้นนี้ ในด้านหนึ่งนั้น ท่านศาสดาอีซา (อ.) ได้ถูกยกขึ้นสู่ฟากฟ้า และขณะนี้ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ และในอีกด้านหนึ่งก่อนการเสียชีวิตของท่าน ชาวคัมภีร์ (อะฮ์ลุลกิตาบ) ทั้งมวลจะต้องศรัทธาต่อท่านเสียก่อน และจุดประสงค์จากชาวคัมภีร์ในที่นี้จะหมายถึงชาวยิวและเผ่าพันธ์ของอิสราเอลซึ่งโองการต่าง ๆ ก่อนหน้านี้ได้กล่าวถึงอาชญากรรมและการก่อความเสียหายต่าง ๆ ของพวกเขา และในโองการทั้งสามข้างต้นนี้ก็ได้ชี้ชัดถึงคำกล่าวอ้างของพวกเขา ที่ว่าพวกเขาได้ฆ่าท่านศาสดาอีซา (อ.) และเป็นที่ชัดเจนว่า สิ่งนี้ (ที่ว่าชาวคัมภีร์ทั้งมวลจะต้องศรัทธาต่อท่าน) จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้น ดังนั้น สัญญาของคัมภีร์อัลกุรอานจะต้องเป็นจริงขึ้นมาอย่างแน่นอนในอนาคต
ในฮะดีษต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) นั้นได้ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงเวลาของการปรากฏกาย (ซูฮูร) ของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) นั้น ท่านศาสดาอีซา (อ.) จะลงมาจากฟากฟ้า จะลงมาอยู่เบื้องหลังและนมาซตามหลังท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) และจะรับผิดชอบหน้าที่ในการเป็นผู้ช่วยเหลือท่าน
ในวจนะต่าง ๆ ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และบรรดาท่านอิมามมะอ์ซูม (อ.) นั้นได้อธิบายถึงความสัมพันธ์ ความเกี่ยวข้องและความร่วมมือกันระหว่างท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) และท่านศาสดาอีซา (อ.) ในกรณีที่เกี่ยวกับการปฏิวัติโลกไว้อย่างชัดเจน และเป็นที่รับรู้กันดีในหมู่ชาวมุสลิม
อบูซะอีด อัลคุดรีย์ ได้รายงานจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ซึ่งท่านได้อธิบายถึงคุณลักษณะหกประการที่ไม่มีใครเหมือนของอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) จากนั้นท่านกล่าวว่า :
"มะฮ์ดีของประชาชาตินี้ซึ่งอีซาจะนมาซตามหลังเขานั้น จะมาจากเรา”
เนื้อหาเหล่านี้มีอยู่ในคัมภีร์อินญีล (ไบเบิล) ก่อนที่จะถูกบิดเบือน ซึ่งได้กล่าวถึงการมาของอิสลาม, คัมภีร์อัลกุรอาน, การมาของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ), การขึ้นสู่ฟากฟ้าและการลงมาจากฟากฟ้าของศาสดาอีซา (พระเยซูคริสต์) ในยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน) การช่วยเหลือประชาชาติอิสลามของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และการนมาซร่วมกับพวกเขาตามหลังท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.)ในฮะดีษ (วจนะ) อีกบทหนึ่งของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวถึงท่านศาสดาอีซา (อ.) เกี่ยวกับการเป็นผู้ช่วยเหลือท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ไว้เช่นนี้ว่า :
“มะฮ์ดีจะมาจากเชื้อสายของฉัน เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้น อีซาบุตรของมัรยัมจะลงมาเพื่อช่วยเหลือเขา แล้วเขาจะให้มะฮ์ดีนำหน้าและเขาจะนมาซตามหลังเขา”
ในฮะดีษเมี๊ยะอ์รอจของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) นั้น กล่าวว่า : ภายหลังจากที่พระผู้เป็นเจ้าได้อธิบายถึงวิลายะฮ์ (อำนาจการปกครอง) และคิลาฟะฮ์ (การเป็นผู้สืบทอดการปกครอง) ต่อจากท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ของท่านอิมามอะลี (อ.) พระองค์ได้ทรงตรัสกับท่านศาสดาว่า :
“และผู้ชี้นำคนสุดท้ายจะเป็นบุรุษผู้หนึ่งจากอะฮ์ลุลบัยต์ของเจ้า ผู้ซึ่งอีซา บุตรของมัรยัมจะนมาซตามหลังเขา เขาจะทำให้แผ่นดินเต็มเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม ดั่งที่มันได้ถูกทำให้เต็มไปด้วยความอธรรมและการกดขี่ ข้าจะทำการชี้นำทางประชาชาติของเจ้าและทำให้พวกเขาออกจากความหลงทางโดยสื่อจากเขา ข้าจะรักษาคนตาบอดและเยียวยารักษาผู้ป่วยโดยสื่อจากเขา"
--------------------
| Source : บทบาทของอีซา (พระเยซูคริสต์) ในรัฐของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) Written by ทีมงาน Sahibzaman.com (แปลและเรียบเรียงจากเว็บไซต์เมาอูด) |


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น