ชื่อของท่าน : เป็นคำสั่งเสียจากบรรดาอิมามมะอ์ศูม ไม่ให้เรียกชื่อเต็มของท่าน ตราบใดที่ท่านยังไม่ปรากฎ และให้เรารู้แต่เพียงว่าชื่อของท่านเหมือนกับชื่อของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ ฉายาเดียวกันกับท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์
ฉายาต่าง ๆ ของท่าน : ฉายาที่ดังและเป็นที่รู้จักกันทั่วไป ก็คือ ฮุจญัต, กออิม,
ซอฮิบุซซะมาน, บะกียะตุลลอฮ์ และที่ถูกเรียกจนที่มักคุ้นที่สุดคือ "มะฮ์ดี"
บิดาของท่าน : คือท่านอิมามฮะซัน อัสการี (อ.) อิมามที่ 11
มารดาของท่าน : ท่านหญิงผ้ทรงเกียรติ หลานสาวของไกเซอร์แห่งโรม มีนามว่า "นัรญิส"
การถือกำเนิดของท่าน : ท่านถือกำเนิดที่เมืองซามารออ์ ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 15 เดือนชะอ์บาน
ฮิจเราะฮ์ศักราชที่ 255 [จนถึงปัจจุบันอายุของท่านได้หนึ่งพันหนึ่งร้อยกว่าปี และอายุของท่านจะยืนยาวต่อไป ตราบเท่าที่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงประสงค์ จนกระทั่งถึงวันแห่งการปรากฎตัวของท่าน เพื่อนำความสันติสุขและยุติธรรมมาสู่ชาวโลก]
การเร้นกายของท่านอิมามมะฮ์ดี
ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ได้เร้นกาย 2 ช่วง ๆ แรกเป็นช่วงสั้น ๆ ประมาณ 70 ปี เรียกว่า การเร้นกายช่วงสั้น (ฆอยบัตซุฆรอ) และอีกช่วงเป็นการเร้นกายระยะยาว (ฆอยบัตกุบรอ)
- ฆอยบัตซุฆรอ : เริ่มตั้งแต่ถือกำเนิด และสิ้นสุดแค่ตัวแทนคนสุดท้ายของท่าน
- ฆอยบัตกุบรอ : เริ่มตั้งแต่สิ้นสุดตัวแทนคนสุดท้ายจวบจนถึงปัจจุบัน และจนกระทั่งถึงช่วงการปรากฏกายอีกครั้งตามพระประสงค์ของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ซึ่งไม่มีบุคคลใดทราบว่าจะเป็นระยะเวลานานสักเท่าใด
การถือกำเนิดของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.)ตามทัศนะของอะละมาอ์ซุนนีย์
ความเชื่อเรื่องอิมามมะฮ์ดี (อ.) นั้น มิได้ความเชื่อเฉพาะในสายธารของชีอะฮ์เท่านั้น ทว่าตามริวายะฮ์
ที่ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวไว้ เป็นที่ชัดเจนว่าแม้อุละมาอ์ฝ่ายซุนนะฮ์ก็ยอมรับในเรื่องดังกล่าว เพียงแต่ว่าอุละมาอ์ฝ่ายซุนนีย์บางท่าน ได้ปฏิเสธเรื่องการประสูติของท่านอิมาม (อ.) โดยกล่าวว่า บุคคลที่ท่านศาสดาได้กล่าวว่าเขาจะยืนหยัดขึ้นมา (หลังจากการเร้นกาย) ปัจจุบันยังไม่ได้จุติขึ้นมาบนโลก ซึ่งก็หมายความว่า ท่านจะประสูติในอนาคตกาล
ฉะนั้น จะเห็นได้ว่านักประวัติศาสตร์ของอะฮ์ลิซซุนนะฮ์ได้บันทึกการประสูติของท่านอิมาม (อ.) ไว้ในตำราของตนและยอมรับว่าสิ่งนั้นเป็นความจริง และนักค้นคว้าบางท่านได้แนะนำถึงนักประวัติศาสตร์เหล่านั้นมากเกินกว่า 100 ท่าน
ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ถือกำเนิดอย่างไร?
มีรายงานจำนวนมากจากท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวว่า จะมีบุรุษผู้หนึ่งนามว่า "มะฮ์ดี" มาจากครอบครัวของฉัน เขาจะลุกขึ้นต่อสู้ และขจัดอธรรมให้หมดไปจากโลก ผู้ปกครองที่กดขี่ข่มเหงแห่งราชวงศ์อับบาซีย์ เมื่อได้ยินรายงานกล่าวเช่นนั้น พวกเขาเฝ้าติดตามการถือกำเนิดของเด็กน้อยนามว่ามะฮ์ดี เพื่อต้องการสังหารเสียแต่ยังเล็กอยู่ จะได้ไม่มีปัญหากับพวกเขาในภายหลัง ฉะนั้น จะเห็นได้ว่าตั้งแต่สมัยของท่านอิมามญะวาด (อ.) วิถีชีวิตของบรรดาอิมาม (อ.) ถูกกำหนดให้อยู่ในขอบเขตจำกัด จนกระทั่งถึงยุคของท่านอิมามฮะซัน อัสการี (อ.) สภาวการณ์ดังกล่าวได้ตรึงเครียดมากยิ่งขึ้น จนถึงจุดอิ่มตัวถึงขั้นที่ว่า มีการไปมาหาสู่บ้านอิมามน้อยมาก
โดยธรรมชาติของสถานการณ์ที่บีบบังคับเช่นนั้น การถือกำเนิดของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ข้อพิสูจน์สุดท้ายของพระผู้เป็นเจ้าก็ต้องปิดบังไปโดยปริยาย ดังนั้น แม้แต่บรรดาสาวกที่ใกล้ชิดของอิมาม
ฮะซัน อัสการี (อ.) เองก็ไม่ทราบข่าวการถือกำเนิดของอิมาม และท่านหญิงนัรญิซมารดาของท่าน
อิมามมะฮ์ดี (อ.) ก็มิได้แสดงอาการของคนตั้งครรค์แต่อย่างใด
ท่านหญิงฮะกีมะฮ์ บุตรีของท่านอิมามญะวาด (อ.) ได้กล่าวถึงการถือกำเนิดของ
ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ไว้ดังนี้
ท่านอิมามฮะซัน อัสการี (อ.) ได้ส่งคนมาหาฉันเพื่อส่งข่าวแก่ฉันว่า คุณอาวันนี้ฉันขอเชิญละศีลอดที่บ้าน เนื่องจากเป็นวันที่ 15 เดือนชะอ์บานพอดี และในค่ำคืนนี้พระผู้เป็นเจ้าจะประทานข้อพิสูจน์สุดท้ายของพระองค์แก่ประชาโลก ฉันจึงถามว่า "มารดาของเขาเป็นใคร?"
อิมาม (อ.) ตอบว่า "นัรญิซคอตูน" ฉันกล่าวด้วยความแปลกใจว่า "ฉันไม่เคยเห็นครรภ์ของนางเลย"
อิมาม (อ.) กล่าวว่า "ดังที่ฉันบอกกับอานั่นแหละ" หลังจากนั้นฉันได้เข้าไปหาท่านหญิงนัรญิซ และกล่าวสลามให้นาง พร้อมกับนั่งลงใกล้ ๆ นาง ท่านหญิงพยายามเข้ามาใกล้ ๆ ฉัน แล้วนางก็จับมือฉันและกล่าวแก่ฉันว่า "โอ้นายหญิงของฉันท่านสบายดีหรือ"
ฉันกล่าวแก่ท่านหญิงนัรญิซว่า "ไม่ใช่ค่ะ องค์หญิงต่างหากที่เป็นนายหญิงของพวกเรา และเป็นนายหญิงของครอบครัวของเรา" นางไม่ยอมรับคำพูดของฉัน แต่กลับกล่าวแก่ฉันว่า "โอ้ท่านอา ท่านพูดอะไรออกมา"
ฉันกล่าวว่า "โอ้บุตรีของฉัน คืนนี้พระผู้เป็นเจ้าจะประทานบุตรชายแก่เธอ เขาจะให้ความสดใส และความสุดแก่โลกนี้และโลกหน้า" เมื่อได้ยินเช่นนั้นเธอได้เขินอาย
ท่านหญิงฮะกีมะฮ์ กล่าวอีกว่า : หลังจากนมาซอิชาอ์ ฉันได้ละศีลอดและนอนพักอยู่บนเตียงของฉัน เวลาผ่านไปประมาณครึ่งคืน ฉันได้ลุกขึ้นเพื่อนมาซยามค่ำคืน เมื่อนมาซเสร็จฉันเห็นท่านหญิงนัรญิซ
นอนหลับสนิทอยู่ โดยไม่มีท่าทีว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับนาง หลังจากอ่านดุอาอ์หลังนมาซเสร็จสิ้น ฉันได้เผลอหลับไป และสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นท่านหญิงนัรญิซ กำลังนอนหลับเช่นเคย หลังจากนั้นไม่นานเธอได้ตื่นขึ้นเพื่อนมาซยามค่ำคืน เมื่อนมาซเสร็จเธอได้นอนหลับไป
ท่านหญิงฮะกีมะฮฺ กล่าวอีกว่า : ฉันได้เดินออกมาข้างนอกเพื่อสำรวจท้องฟ้าหาแสงรุ่งอรุณ ฉันสังเกตเห็นแสงสีเงินแรก (แสงเงินที่มองเห็นก่อนอะซานซุบฮ์เล็กน้อย) ขณะที่ท่านหญิงนัรญิซยังนอนหลับอยู่ ฉันเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางหรือไม่ ขณะที่ฉันกำลังอ่านกุรอานบทอัซซัจญ์ดะฮ์ และยาซีนอยู่นั้น ทันใดฉันก็ได้ยินเสียงร้องเรียกของท่านอิมามฮะซัน อัสการี (อ.) ว่า "โอ้ท่านอา รีบเข้ามาเถิด นัรญิซกำลังจะคลอด" ฉันรีบเข้าไปอย่างรวดเร็วเห็นท่านหญิงนัรญิซกำลังเจ็บครรภ์ ฉันกล่าวว่า "ขอให้พระนามของอัลลอฮ์ ทรงคุ้มครองเธอ" ฉันถามเธอว่า "รู้สึกเจ็บหรือไม่" เธอได้ตอบว่า "ใช่แล้ว อาฉันรู้สึกเจ็บมาก" ฉันจึงกล่าวว่า "จงควบคุมสติให้ดี นี่คือสิ่งที่ฉันบอกแก่เธอก่อนหน้านี้" เวลานั้นฉันและท่านหญิงนัรญิซรู้สึกอ่อนเพลียมาก แต่ไม่นานนักฉันก็ได้ยินเสียงร้องของทารกแรกเกิด ฉันเตรียมผ้าพร้อมที่ห่อทารกน้อย ขณะนั้นฉันเห็นทารกกำลังอยู่ในท่าซัจญ์ดะฮ์ต่อพระผู้เป็นเจ้า ฉันได้อุ้มทารกขึ้นมาและพบว่า..เนื้อตัวของเขาสะอาดและหอมกรุ่นไปหมด
ขณะนั้นท่านอิมามฮะซัน อัสการี (อ.) ได้เรียกฉันและกล่าวกับฉันว่า "โอ้ท่านอา โปรดนำบุตรชายของฉันมาให้ฉันเถิด" ฉันอุ้มอิมามมะฮ์ดี (อ.) ไปให้ท่านอิมามฮะซัน อัสการี (อ.) ท่านอิมามได้กอดบุตรชายด้วยความรักและหวงแหน และกล่าวว่า "โอ้ ลูกรักเจ้าจงพูดออกมา" ฉันเห็นริมฝีปากของอิมามซึ่งเป็นทารกน้อยขยับพร้อมกับกล่าวว่า "ฉันขอปฏิญาณว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ พระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีสิ่งใดเป็นภาคีร่วมกับพระองค์ และฉันขอปฏิญาณว่า มุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของพระองค์" หลังจากนั้นอิมามมะฮ์ดี (อ.) ผู้เป็นทารกน้อยได้กล่าว.. ขอความสันติให้อิมามอะลี อมีรุลมุอ์มินีน (อ.) และบรรดาอิมาม (อ.) ท่านอื่น ๆ จนถึงท่านอิมามฮะซัน อัสการี (อ.) และหลังจากนั้นอิมามฮะซัน อัสการี (อ.) ได้สั่งให้ฉันนำทารกไปส่งคืนให้มารดา เพื่อเขาจะได้กล่าวสลาม
แก่มารดา
ท่านหญิงฮะกีมะฮ์ กล่าวอีกว่า : วันรุ่งขึ้นฉันได้ไปบ้านอิมามฮะซัน อัสการี (อ.) เพื่อเยี่ยมเยียนอิมาม เมื่อฉันกล่าวสลามแล้ว ฉันได้เปิดผ้าม่านออกเพื่อชมอิมามมะฮ์ดี (อ.) แต่ฉันไม่พบอิมาม ฉันจึงถามบิดาผู้ทรงเกียรติของท่านด้วยความเป็นห่วงว่า "เมาลาของฉันเป็นอะไรหรือไม่" ท่านอิมามฮะซัน
อัสการี (อ.) ตอบว่า "โอ้ท่านอา ฉันได้มอบไว้แด่พระผู้เป็นเจ้า ดังที่มารดาของมูซา (อ.) ได้มอบมูซา
แก่พระองค์"
ท่านหญิงฮะกีมะฮฺ กล่าวอีกว่า : เมื่อย่างเข้าวันที่เจ็ด ฉันได้มาบ้านอิมามฮะซัน อัสการี (อ.) อีกครั้งเมื่อกล่าวสลามแล้ว ฉันได้นั่งลง อิมามฮะซัน อัสการี (อ.) สั่งให้นำอิมามมะฮ์ดี (อ.) มาให้ท่าน หลังจากนั้นท่านสั่งว่า "โอ้ลูกรักจงพูดออกมา" หลังจากนั้นฉันเห็นริมฝีปากของอิมามมะฮ์ดี (อ.) ขยับ เมื่อกล่าวปฏิญาณยืนยันความเป็นเอกะของพระผู้เป็นเจ้า สภาวะการเป็นศาสดา และกล่าวประสาทพรแด่บรรดา
อิมามก่อนหน้านั้น หลังจากนั้นท่านอ่านโองการนี้ว่า
وَنُرِيدُ أَن نَّمُنَّ عَلَى الَّذِينَ اسْتُضْعِفُوا
فِي الْأَرْضِ وَنَجْعَلَهُمْ أَئِمَّةً وَنَجْعَلَهُمُ الْوَارِثِينَ وَنُمَكِّنَ
لَهُمْ فِي الْأَرْضِ وَنُرِي فِرْعَوْنَ وَهَامَانَ وَجُنُودَهُمَا مِنْهُم مَّا
كَانُوا يَحْذَرُونَ
"และเราประสงค์ที่จะให้ความโปรดปรานแก่บรรดาผู้ที่ถูกกดขี่บนหน้าแผ่นดิน โดยทำให้พวกเขาเป็นผู้นำทั้งหลาย (บรรดาอิมาม) และทำให้พวกเขาเป็นทายาทผู้สืบทอดมรดก และเราได้ให้พวกเขาปกครองแผ่นดิน และเราจะให้ฟิรเอาน์ และฮามานตลอดจนไพร่พลของเขาทั้งสอง ได้เห็นสิ่งที่พวกเขามีความกลัว" (อัลเกาะศอศ : 5-6)
คุณสมบัติของอิมามมะฮ์ดี (อ.)
รายงานจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) และบรรดาอะฮ์ลุลบัยต์ (อ.) จำนวนมากมาย ได้กล่าวถึงคุณลักษณะของอิมามมะฮ์ดี (อ.) เอาไว้ แต่ทว่า ณ ที่นี้จะขอกล่าวเพียงบางส่วนเท่านั้น เช่นกล่าวว่า..
ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) เป็นผู้มีใบหน้าสวยงาม หน้าผากกว้าง คิ้วโค้งเป็นรูปเดือนเสี้ยว ดวงตาดำสนิทส่องประกาย จมูกโด่งเป็นสันยาว ฟันเรียงสวยและขาวเป็นประกายมุข หัวไหล่ด้านขวามีไฝสีดำ ระหว่างหัวไหล่ทั้งสองมีสัญลักษณ์คล้ายสัญลักษณ์ของนบูวัต อิมามมีร่างกายสูงใหญ่สมส่วน
คุณลักษณะบางประการของอิมามมะฮ์ดี (อ.) ทราบได้จากคำอธิบายของอิมาม (อ.) ท่านอื่น เช่นกล่าวว่า..
อิมามมะฮ์ดี (อ.) เป็นผู้ดำรงการเคารพภักดีเสมอ มีความยำเกรงและใช้ชีวิตเรียบง่าย มีความอดทนสูง
มีความยุติธรรม และประพฤติดี อิมามจะมาพร้อมกับความรู้และวิชาการที่สร้างความตะลึงงันแก่ชาวโลก เป็นผู้ยืนหยัด เป็นผู้นำโลก เป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก เป็นผู้ปลดปล่อยโลกจากอธรรมความชั่ว ผู้ถูกสัญญาให้เป็นผู้ปรับปรุงแก้ไขโลกมนุษย์ อิมามเป็นทายาทของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และเป็นบุตรของฟาฏิมะฮ์ (อ.) เป็นทายาทคนที่เก้าของท่านซัยยิดุชชุฮะดา (อ.) ท่านจะปรากฏกายข้างบัยตุลลอฮ์ มือข้างหนึ่งจะถือธงของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ท่านยืนหยัดเพื่อฟื้นฟูศาสนาของพระผู้เป็นเจ้า และเพื่อนำบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าขึ้นปกครองโลก ท่านจะสถาปนาโลกให้เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและความยุติธรรม ดั่งที่โลกเคยเปี่ยมไปด้วยความอยุติธรรม
สภาพชีวิตของท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้
1. ช่วงที่ลำบากที่สุด หมายถึง ช่วงที่ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ นับตั้งแต่วันที่ท่านประสูติจนกระทั่งถึงวันที่อิมามฮะซัน อัสการี (อ.) เป็นชะฮีด
2. ช่วงของการเร้นกาย เริ่มตั้งแต่วันที่อิมามฮะซัน อัสการี (อ.) เป็นชะฮีด จนกระทั่งถึงวันที่
พระผู้เป็นเจ้าทรงกำหนดให้ปรากฏกายอีกครั้ง
3. ช่วงของการปรากฏกาย หลังจากการเร้นกายที่ยาวนาน ท่านจะปรากฏกายอีกครั้งหนึ่งตาม
พระประสงค์ของพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลก และจะสถาปนาความยุติธรรมขึ้นปกครองโลก พร้อมกับทำให้โลกเปี่ยมไปด้วยคุณงามความดีและความสวยงาม ไม่มีบุคคลสามารถทราบได้ว่าท่าน
อิมามมะฮ์ดี (อ.) จะปรากฏกายเมื่อใด ดังที่ท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) กล่าวว่า "บุคคลใดกำหนดวันปรากฏกายให้กับฉัน เขาได้พูดโกหก"
Source :
http://quran.al-shia.org/th/ahlulbayt-quran/009.htm
หนังสือ อิมามมะฮ์ดี ความหวังสุดท้ายของโลก แปลโดย : ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี

in-the-Perspective-of-Responsibilities-1566951198.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น