ไปแล้ว ซึ่งสัญญาณเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องบ่งชี้ (อะลาอิม) ที่แสดงให้เห็นว่า การปรากฏกายของอิมาม
มะฮ์ดี (อ.) ได้ใกล้เข้ามาแล้ว เหตุการณ์หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างได้บ่งบ่อกถึงความความจำเป็นในการปรากฏกายของท่าน แต่ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จะมาปรากฏกายได้อย่างไรเล่า!! ในเมื่อสิ่งต่าง ๆ ที่จะเอื้ออำนวยให้การปฏิวัติโลกของท่านยังไม่พร้อม ท่านอิมาม (อ.) จะทำเช่นไร?
ในเมื่อท่านปราศจากผู้ช่วยเหลือ ?..!
ถึงแม้ว่าก่อนการมาปรากฏกายของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) โลกนี้จะเต็มไปด้วยการกดขี่และอยุติธรรม แต่นั่นก็มิได้หมายความว่า มนุษยชาติทั้งหมดเป็นเช่นนั้น ทว่าหนทางแห่งพระผู้เป็นเจ้าจะยังคงมีผู้ดำเนินรอยตามอยู่ และกลิ่นไอความหอมหวนของความดีงามและความประเสริฐ ยังคงกระจายอยู่บนพื้นที่
ถึงแม้ว่าก่อนการมาปรากฏกายของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) โลกนี้จะเต็มไปด้วยการกดขี่และอยุติธรรม แต่นั่นก็มิได้หมายความว่า มนุษยชาติทั้งหมดเป็นเช่นนั้น ทว่าหนทางแห่งพระผู้เป็นเจ้าจะยังคงมีผู้ดำเนินรอยตามอยู่ และกลิ่นไอความหอมหวนของความดีงามและความประเสริฐ ยังคงกระจายอยู่บนพื้นที่
ต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้น การเชิญชวนผู้อื่นไปสู่ความดีงาม จึงเป็นภาระหน้าที่อันชัดแจ้งประการหนึ่งของบรรดาผู้รอคอย ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อการตอบรับการปรากฏกายของท่าน
อิมามมะฮ์ดี (อ.) ด้วยเหตุนี้เอง พื้นฐานของความพร้อมและเงื่อนไข (ชะรออิฏ) ในการปรากฏกายของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จึงมีความสำคัญมากกว่า เมื่อเทียบกับสัญญาณการปรากฏกาย
อะไรคือพื้นฐานความพร้อมของการปรากฏกาย
ปรากฏการณ์ทุกอย่างในโลกนี้จะเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของปฐมเหตุและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เหมาะสม หากปราศจากปฐมเหตุก็เป็นไปไม่ได้ที่ปรากฏการณ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้น ดั่งเช่นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์สามารถให้ผลผลิตในการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ได้เป็นอย่างดีฉันใด แต่ถ้าหากขาดองค์ประกอบของน้ำและอากาศแล้วไซร้ พืชพันธุ์ทุกชนิดก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ฉันนั้น
ดังนั้น ทุก ๆ การปฏิวัติ หรือปรากฏการณ์ทางสังคม ก็ย่อมขึ้นอยู่กับปฐมเหตุและเงื่อนไขต่าง ๆ ของมัน เช่นเดียวกับการปฏิวัติอิสลามของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ที่ประสบความสำเร็จได้ก็เนื่องมาจากมีความพร้อมขั้นพื้นฐานอยู่เป็นสำคัญ การปฏิวัติโลกของอิมามมะฮ์ดี (อ.) ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวครั้งยิ่งใหญ่ของโลกก็จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กฎพื้นฐานเหล่านี้เช่นกัน แน่นอนถ้าปราศจากปฐมเหตุของความพร้อม และเงื่อนไข (ชะรออิฏ) ต่าง ๆ แล้ว การปฏิวัติของอิมามก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้
สาเหตุที่กล่าวมานี้ ต้องการจะชี้ให้เห็นว่า การปฏิวัติและการปกครองของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) มิได้อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ความสัมพันธ์ของโลก การสร้างสรรค์สังคมให้ดีงามของท่านมิได้ขึ้นอยู่กับอภินิหาร หรือดำเนินไปโดยปราศจากสาเหตุ และปัจจัยต่าง ๆ ที่ธรรมดาทั่วไป แต่ทว่าจากพื้นฐานทางวิชาการของอัล-กุรอานและบรรดามะอ์ซูม (อ.) ได้กล่าวว่า แบบแผนของพระผู้เป็นเจ้าจะถูกแสดงและดำเนินไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติและเหตุผล หรือสาเหตุธรรมดาทั่วไปนั่นเอง
ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า “อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ไม่ทรงทำให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น นอกเสียจากเป็นไปตามสาเหตุต่าง ๆ ของมัน” [1]
ท่านอิมามบากิร (อ.) ได้กล่าวกับบุคคลหนึ่งที่ถามว่า “ในวันที่อิมามมะฮ์ดี (อ.) ทำการปฏิวัติ
อะไรคือพื้นฐานความพร้อมของการปรากฏกาย
ปรากฏการณ์ทุกอย่างในโลกนี้จะเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของปฐมเหตุและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เหมาะสม หากปราศจากปฐมเหตุก็เป็นไปไม่ได้ที่ปรากฏการณ์เหล่านั้นจะเกิดขึ้น ดั่งเช่นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์สามารถให้ผลผลิตในการเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์ได้เป็นอย่างดีฉันใด แต่ถ้าหากขาดองค์ประกอบของน้ำและอากาศแล้วไซร้ พืชพันธุ์ทุกชนิดก็ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ฉันนั้น
ดังนั้น ทุก ๆ การปฏิวัติ หรือปรากฏการณ์ทางสังคม ก็ย่อมขึ้นอยู่กับปฐมเหตุและเงื่อนไขต่าง ๆ ของมัน เช่นเดียวกับการปฏิวัติอิสลามของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน ที่ประสบความสำเร็จได้ก็เนื่องมาจากมีความพร้อมขั้นพื้นฐานอยู่เป็นสำคัญ การปฏิวัติโลกของอิมามมะฮ์ดี (อ.) ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวครั้งยิ่งใหญ่ของโลกก็จำเป็นต้องอยู่ภายใต้กฎพื้นฐานเหล่านี้เช่นกัน แน่นอนถ้าปราศจากปฐมเหตุของความพร้อม และเงื่อนไข (ชะรออิฏ) ต่าง ๆ แล้ว การปฏิวัติของอิมามก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้
สาเหตุที่กล่าวมานี้ ต้องการจะชี้ให้เห็นว่า การปฏิวัติและการปกครองของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) มิได้อยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ความสัมพันธ์ของโลก การสร้างสรรค์สังคมให้ดีงามของท่านมิได้ขึ้นอยู่กับอภินิหาร หรือดำเนินไปโดยปราศจากสาเหตุ และปัจจัยต่าง ๆ ที่ธรรมดาทั่วไป แต่ทว่าจากพื้นฐานทางวิชาการของอัล-กุรอานและบรรดามะอ์ซูม (อ.) ได้กล่าวว่า แบบแผนของพระผู้เป็นเจ้าจะถูกแสดงและดำเนินไปตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติและเหตุผล หรือสาเหตุธรรมดาทั่วไปนั่นเอง
ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า “อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ไม่ทรงทำให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น นอกเสียจากเป็นไปตามสาเหตุต่าง ๆ ของมัน” [1]
ท่านอิมามบากิร (อ.) ได้กล่าวกับบุคคลหนึ่งที่ถามว่า “ในวันที่อิมามมะฮ์ดี (อ.) ทำการปฏิวัติ
ทุกสิ่งทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับความประสงค์ของท่านอิมาม (อ.) กระนั้นหรือ?”
อิมามตอบว่า “จะไม่เป็นเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด ฉันขอสาบานต่อผู้ที่ชีวิตฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ถ้าหากเป็นดังนั้น และกิจการงานต่าง ๆ เกิดขึ้นด้วยตัวเอง แน่นอน มันคงเกิดขึ้นแล้วสำหรับท่านเราะซูล (ศ็อล ฯ) ”[2]
และที่กล่าวมานี้ มิได้หมายความว่า การปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ของอิมามมะฮ์ดี (อ.) จะไม่มีการช่วยเหลือโดยอำนาจเร้นลับหรืออำนาจจากฟากฟ้า เพียงแต่จุดประสงค์ที่ต้องการจะกล่าวถึง ก็คือ เคียงข้างกับการช่วยเหลือจากพระผู้เป็นเจ้า จะต้องมีปฐมเหตุความพร้อม ปัจจัยและเงื่อนไขต่าง ๆ ทั่วไปที่เป็นไปตามธรรมชาติของมันด้วย ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จึงลุกขึ้นทำการปฏิวัติโลกได้สำเร็จ
ปฐมเหตุของความพร้อมต่าง ๆ ของการลุกขึ้นปฏิวัติโลกของอิมามมะฮ์ดี (อ.)
อิมามตอบว่า “จะไม่เป็นเช่นนั้นอย่างเด็ดขาด ฉันขอสาบานต่อผู้ที่ชีวิตฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ ถ้าหากเป็นดังนั้น และกิจการงานต่าง ๆ เกิดขึ้นด้วยตัวเอง แน่นอน มันคงเกิดขึ้นแล้วสำหรับท่านเราะซูล (ศ็อล ฯ) ”[2]
และที่กล่าวมานี้ มิได้หมายความว่า การปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ของอิมามมะฮ์ดี (อ.) จะไม่มีการช่วยเหลือโดยอำนาจเร้นลับหรืออำนาจจากฟากฟ้า เพียงแต่จุดประสงค์ที่ต้องการจะกล่าวถึง ก็คือ เคียงข้างกับการช่วยเหลือจากพระผู้เป็นเจ้า จะต้องมีปฐมเหตุความพร้อม ปัจจัยและเงื่อนไขต่าง ๆ ทั่วไปที่เป็นไปตามธรรมชาติของมันด้วย ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จึงลุกขึ้นทำการปฏิวัติโลกได้สำเร็จ
ปฐมเหตุของความพร้อมต่าง ๆ ของการลุกขึ้นปฏิวัติโลกของอิมามมะฮ์ดี (อ.)
มี 4 ประการ ดังนี้
1. แบบแผนและธรรมนูญการปกครองที่สมบูรณ์
ทุกขบวนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เพื่อการปฏิรูปและแก้ไขจัดการให้เกิดสภาพที่ดีงามขึ้นในสังคมนั้น จะต้องมีธรรมนูญและแบบแผนที่เหมาะสม อีกทั้งมีเนื้อหาที่ครอบคลุมอย่างสมบูรณ์ จึงจะสามารถทำให้บรรลุซึ่งอุดมคติและคุณค่าที่งดงามได้ การปฏิวัติโลกของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ก็เช่นเดียวกัน ย่อมจะมีสภาพเงื่อนไขเช่นเดียวกันนี้
1. แบบแผนและธรรมนูญการปกครองที่สมบูรณ์
ทุกขบวนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น เพื่อการปฏิรูปและแก้ไขจัดการให้เกิดสภาพที่ดีงามขึ้นในสังคมนั้น จะต้องมีธรรมนูญและแบบแผนที่เหมาะสม อีกทั้งมีเนื้อหาที่ครอบคลุมอย่างสมบูรณ์ จึงจะสามารถทำให้บรรลุซึ่งอุดมคติและคุณค่าที่งดงามได้ การปฏิวัติโลกของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ก็เช่นเดียวกัน ย่อมจะมีสภาพเงื่อนไขเช่นเดียวกันนี้
พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ ผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ โดยที่ไร้ขอบเขตจำกัดสำหรับพระองค์ พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพและความเข้าใจอย่างสมบูรณ์ ต่อสภาพการณ์และจิตวิญญาณของสิ่งถูกสร้างที่ประเสริฐที่สุดของพระองค์ (ซึ่งหมายถึงมนุษย์) พระองค์ได้ทรงร่างแผนปฏิบัติที่มีความครอบคลุมอย่างสมบูรณ์และเหมาะสมไว้ให้แก่มนุษยชาติ ภายใต้ชื่อ “ศาสนาอิสลาม” และ “คัมภีร์อัลกุรอาน” โดยทรงมอบให้แก่ศาสดาท่านสุดท้าย (คอตะมุนนะบียีน) ไว้แล้ว และจะถูกนำมาใช้ดำเนินการโดยวะซีย์ท่านสุดท้าย (คอตะมุนเอาซิยาอ์) ด้วยเช่นเดียวกัน
ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ซึ่งเป็นเชื้อสายของบรรดานบี เป็นผู้นำของการปฏิวัติอันยิ่งใหญ่ที่ยังคงมีชีวิตอยู่และพร้อมตลอดเวลา ท่านเป็นผู้นำท่านเดียวที่มีความสัมพันธ์กับโลกเร้นลับ จึงมีความรอบรู้เกี่ยวกับสิ่งถูกสร้างทั้งหมด รวมทั้งความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างมันอย่างสมบูรณ์ และเป็นบุคคลที่มีความเฉลียวฉลาดมากกว่ามนุษยชาติทั้งหลายในยุคสมัยของท่าน
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “จงรู้ไว้เถิดว่า มะฮ์ดี (อ.) นั้นเป็นมรดกแห่งวิชาการทั้งหลาย และเป็นผู้ครอบคลุมความรู้สาขาต่าง ๆ เหล่านั้นทั้งหมด”[4]
ดังนั้น ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จึงเป็นผู้นำผู้เดียวที่ไม่ได้อยู่ใต้กฎเกณฑ์และข้อผูกมัดของผู้ใด นอกจากหัวใจที่อยู่กับความพึงพอพระทัยของพระผู้สร้างแต่ผู้เดียว การปฏิวัติและการปกครองโลก ในแง่ของผู้นำและผู้ปกครองจึงต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมและดีที่สุด
3. ผู้ช่วยเหลือ
การมีผู้ช่วยเหลือที่เหมาะสมและคู่ควร เพื่อเป็นแนวหลักในการลุกขึ้นปฏิวัติและการปฏิบัติงานต่าง ๆ ของการปกครองโลก ซึ่งเป็นที่กระจ่างชัดว่า เมื่อมีการปฏิวัติโลกดำเนินการโดยการเป็นผู้นำจากฟากฟ้า ก็จำเป็นต้องมีผู้ช่วยเหลือที่เหมาะสมและคู่ควร มิใช่ว่าใครก็ตามที่ประกาศเป็นผู้ช่วยเหลือ แล้วเขาสามารถที่จะลงสู่สนามนั้นได้ โปรดทำความเข้าใจต่อเรื่องดังกล่าว ดังรายงานต่อไปนี้
บุคคลหนึ่งจากบรรดาชีอะฮ์ของอิมามซอดิก (อ.) นามว่า ซะฮล์ อิบนิ ฮะซัน คุรอซานี ได้กล่าวกับท่าน
ด้วยเหตุนี้เอง ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จึงต้องการผู้ช่วยเหลือในการยืนหยัดต่อสู้ร่วมกับท่าน บรรดาผู้ร่วมทางที่ทุ่มเทเสียสละและพลีอุทิศตน บรรดาผู้ช่วยเหลือที่มีความอดทนอดกลั้นต่อความทุกข์ยากและไม่ทอดทิ้งอิมาม (ผู้นำ) ของตน ไม่ว่าพวกเขาจะตกอยู่ในสภาพการณ์เช่นใด ในทำนองเดียวกันนี้ เมื่อพิจารณาจากคำรายงานต่าง ๆ จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดในประเด็นที่ว่า “การปราศจากผู้ร่วมทางและผู้ให้การช่วยเหลือนั้น จะเป็นสื่อที่ทำให้เกิดการเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์) และการมีผู้ร่วมทางและผู้ช่วยเหลือ ก็จะเป็นสื่อของการปรากฏกาย (ซุฮูร) เช่นเดียวกัน”
4. ความพร้อมของปวงชน
ในช่วงสมัยต่าง ๆ จากประวัติศาสตร์ก็ได้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่มีความพร้อมขั้นพื้นฐานที่เพียงพอ ในอันที่พวกเขาจะใช้ประโยชน์ให้ดีที่สุดสำหรับการมีอยู่ของบรรดามะอ์ซูม (อ.) พวกเขาไม่รู้คุณค่าถึงความประเสริฐในการปรากฏอยู่ของบรรดามะอ์ซูม (อ.) เลย และพวกเขาไม่ได้ใช้ประโยชน์จากซัมซัมสายน้ำแห่งทางนำของอิมาม (อ.) ตามที่สมควรจะเป็น ดังนั้น อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จึงทรงทำให้บทพิสูจน์แห่งสัจธรรมท่านสุดท้ายของพระองค์ อยู่ในสภาวะเร้นกายจนถึงสมัยหนึ่งที่ปรากฏชัดว่า มีความพร้อมของประชาติในการต้อนรับท่านแล้ว และจะดับกระหายทุกคนด้วยตาน้ำแห่งวิชาการของพระผู้เป็นเจ้า
ดังนั้น การปรากฏความพร้อมของปวงชน จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญมากประการหนึ่งของการกลับมาของ
ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ได้กล่าวว่า
“มาตรว่าผู้ดำเนินรอยตาม (ชีอะฮ์ของ) เรา หากอัลลอฮ์ทรงประทานความสำเร็จ (เตาฟีก) แก่พวกเขาในการเชื่อฟังพระองค์ บนการประสานดวงใจกันในการรักษาคำมั่นสัญญา (ของพระองค์) ที่มีต่อพวกเขาแล้ว แน่นอนยิ่ง ความสำเร็จในการได้พบเห็น (การปรากฏกาย) ของเรา ก็จะไม่ถูกทำให้ล่าช้าออกไปจากพวกเขา และแน่นอนยิ่งความโชคดี (ซะอาดะฮ์) ในการพบกับเราก็จะได้รับการรีบเร่ง” [6]
เมื่อพิจารณาถึงปฐมเหตุแห่งความพร้อมทั้ง 4 ประการนี้ จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า สองเงื่อนไขแรก คือ แบบแผนและธรรมนูญการปกครอง อีกทั้งผู้นำนั้นมีพร้อมแล้ว แต่ยังขาดสองประการหลัง คือ การมีผู้ช่วยเหลือ และความพร้อมของปวงมหาศรัทธาชน ซึ่งทั้งสองประการนี้ก็ขึ้นอยู่กับความอุตสาห์พยายาม และการเคลื่อนไหวอย่างจริงจังของเราและของประชาชนโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาชีอะฮ์และผู้ที่เฝ้ารอคอยการมาของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.)
[1] มีซานนุ้ลหิกมะฮ์ เล่มที่ 5 ฮะดีซที่ 8166
[2] ฆ็อยบะฮ์นุอมานี บาบที่ 15 ฮะดีซที่ 2
[3] กะมาลุดดีน เล่มที่ 2 หน้าที่ 39 ฮะดีษที่ 6
[4] นัจมุซากิบ หน้า193
[5] ซะฟีนะตุ้ลบิหาร เล่ม 8 หน้า 681
[6] อัลเอี๊ยะห์ติยาฎ เล่มที่ 2 หน้าที่ 60
สรุปมาจากบทความ :
1. เงื่อนไขและสัญญาณการปรากฏกายของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) : โดยทีมงาน Sahibzaman.com
2. พื้นฐานความพร้อมและสัญญาณต่าง ๆ ของการปรากฏกาย : เว็บไซด์ http://www.islamshia-w.com
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า.. “แบบแผนของเขา คือแบบแผนของฉัน เขาจะทำให้ประชาชนยืนหยัดขึ้นบนการเชื่อฟังฉันและบนบทบัญญัติของฉัน และเขาจะเรียกร้องเชิญชวนพวกเขาไปสู่คัมภีร์ขององค์พระผู้อภิบาลของฉัน” [3]
2. ผู้นำการปฏิวัติ
ในทุก ๆ การปฏิวัติผู้นำถือเป็นปัจจัยแรกที่จำเป็นที่สุด และถ้าหากการปฏิวัตินั้น ๆ ยิ่งกว้างใหญ่มากเท่าไร หรือว่ามีเป้าหมายที่สูงส่งยิ่งมากเท่าไร ก็ยิ่งจำเป็นที่ต้องมีผู้นำที่มีความสามารถให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ดังกล่าวมากขึ้นเท่านั้น ในหนทางการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ของโลกแห่งการกดขี่ข่มเหง เพื่อการจัดระเบียบการปกครองด้วยความยุติธรรมและความเสมอภาคบนผืนดินนี้ จึงต้องมีผู้นำที่รอบรู้ มีความสามารถ มีความอ่อนโยน มีการบริหารที่ชอบธรรมและเด็ดขาด อันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ขาดเสียมิได้ของการปฏิวัติ
2. ผู้นำการปฏิวัติ
ในทุก ๆ การปฏิวัติผู้นำถือเป็นปัจจัยแรกที่จำเป็นที่สุด และถ้าหากการปฏิวัตินั้น ๆ ยิ่งกว้างใหญ่มากเท่าไร หรือว่ามีเป้าหมายที่สูงส่งยิ่งมากเท่าไร ก็ยิ่งจำเป็นที่ต้องมีผู้นำที่มีความสามารถให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ดังกล่าวมากขึ้นเท่านั้น ในหนทางการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ของโลกแห่งการกดขี่ข่มเหง เพื่อการจัดระเบียบการปกครองด้วยความยุติธรรมและความเสมอภาคบนผืนดินนี้ จึงต้องมีผู้นำที่รอบรู้ มีความสามารถ มีความอ่อนโยน มีการบริหารที่ชอบธรรมและเด็ดขาด อันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ขาดเสียมิได้ของการปฏิวัติ
ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ซึ่งเป็นเชื้อสายของบรรดานบี เป็นผู้นำของการปฏิวัติอันยิ่งใหญ่ที่ยังคงมีชีวิตอยู่และพร้อมตลอดเวลา ท่านเป็นผู้นำท่านเดียวที่มีความสัมพันธ์กับโลกเร้นลับ จึงมีความรอบรู้เกี่ยวกับสิ่งถูกสร้างทั้งหมด รวมทั้งความสัมพันธ์ที่มีอยู่ระหว่างมันอย่างสมบูรณ์ และเป็นบุคคลที่มีความเฉลียวฉลาดมากกว่ามนุษยชาติทั้งหลายในยุคสมัยของท่าน
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) กล่าวว่า “จงรู้ไว้เถิดว่า มะฮ์ดี (อ.) นั้นเป็นมรดกแห่งวิชาการทั้งหลาย และเป็นผู้ครอบคลุมความรู้สาขาต่าง ๆ เหล่านั้นทั้งหมด”[4]
ดังนั้น ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จึงเป็นผู้นำผู้เดียวที่ไม่ได้อยู่ใต้กฎเกณฑ์และข้อผูกมัดของผู้ใด นอกจากหัวใจที่อยู่กับความพึงพอพระทัยของพระผู้สร้างแต่ผู้เดียว การปฏิวัติและการปกครองโลก ในแง่ของผู้นำและผู้ปกครองจึงต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสมและดีที่สุด
3. ผู้ช่วยเหลือ
การมีผู้ช่วยเหลือที่เหมาะสมและคู่ควร เพื่อเป็นแนวหลักในการลุกขึ้นปฏิวัติและการปฏิบัติงานต่าง ๆ ของการปกครองโลก ซึ่งเป็นที่กระจ่างชัดว่า เมื่อมีการปฏิวัติโลกดำเนินการโดยการเป็นผู้นำจากฟากฟ้า ก็จำเป็นต้องมีผู้ช่วยเหลือที่เหมาะสมและคู่ควร มิใช่ว่าใครก็ตามที่ประกาศเป็นผู้ช่วยเหลือ แล้วเขาสามารถที่จะลงสู่สนามนั้นได้ โปรดทำความเข้าใจต่อเรื่องดังกล่าว ดังรายงานต่อไปนี้
บุคคลหนึ่งจากบรรดาชีอะฮ์ของอิมามซอดิก (อ.) นามว่า ซะฮล์ อิบนิ ฮะซัน คุรอซานี ได้กล่าวกับท่าน
อิมามว่า “สิ่งใดเล่าที่เป็นสิ่งกีดขวางท่านจากยึดครองสิทธิโดยชอบธรรมของท่าน (การปกครอง) มาครอบครองทั้ง ๆ ที่ชีอะฮ์กว่าแสนคนพร้อมทำการรบเพื่อท่าน!”
ท่านอิมามซอดิก (อ.) จึงได้สั่งให้จุดไฟในเตาเผา จนไฟนั้นลุกโชติช่วง จึงกล่าวกับซะฮล์ว่า..
ท่านอิมามซอดิก (อ.) จึงได้สั่งให้จุดไฟในเตาเผา จนไฟนั้นลุกโชติช่วง จึงกล่าวกับซะฮล์ว่า..
“โอ้ คุรอซานี จงลุกขึ้น และลงไปนั่งในเตาเผานั้น” ซะฮล์ฉงนคิดว่าอิมามคงเกิดโทสะ จึงได้ขออภัยต่อท่านอิมามและกล่าวว่า “ขอท่านอภัยให้กับข้าพเจ้าด้วยเถิด อย่าลงโทษฉันด้วยไฟนั้นเลย!” ท่านอิมามกล่าวว่า “ฉันให้อภัย”
ในขณะนั้นเอง ฮารูน มักกี ชีอะฮ์ผู้ซื่อสัตย์ของอิมาม (อ.) คนหนึ่งเดินเข้ามาและกล่าวสลามต่อท่าน
ท่านอิมามซอดิก (อ.) ตอบรับสลามจากเขา และโดยไม่ได้บอกอะไรล่วงหน้า ท่านสั่งแก่เขาว่า..
“จงเข้าไปนั่งในเตาเผานั้น” ฮารูน มักกี ปฏิบัติตามทันทีโดยไม่ได้สงสัยและไต่ไม่ถามสิ่งใดจากท่านอิมามเลย
อิมามซอดิก (อ.) จึงหันกลับไปพูดคุยกับชายคุรอซานีเกี่ยวกับข่าวคราวของเมืองคุรอซานดั่งกับว่าท่านได้เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นมาด้วยตัวเอง สักพักจึงกล่าวกับซะฮล์ว่า “จงลุกขึ้น โอ้ คุรอซานี จงมองไปในเตาเผานั้น” ซะฮล์ ลุกขึ้นและมองไปยังเตาเผาเห็นฮารูนนั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางไฟที่ลุกโชติช่วง ขณะนั้นอิมาม(อ.) ถามเขาว่า “ในคุรอซานท่านรู้จักสักกี่คนที่เหมือนกับฮารูน!” คุรอซานีกล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) แม้คนเดียวที่เหมือนกับเขาฉันยังไม่รู้จักเลย”
ท่านอิมาม (อ.) กล่าวว่า “จงรู้ไว้เถิดว่า เราจะไม่ลุกขึ้นปฏิวัติอย่างเด็ดขาดตราบใดที่เราหาผู้ช่วยเหลือและผู้ปกป้องได้ไม่ถึงห้าคน เรารู้ดีว่า เวลาไหนที่เป็นเวลาของการลุกขึ้นต่อสู้!”[5]
ด้วยเหตุนี้เอง ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จึงต้องการผู้ช่วยเหลือในการยืนหยัดต่อสู้ร่วมกับท่าน บรรดาผู้ร่วมทางที่ทุ่มเทเสียสละและพลีอุทิศตน บรรดาผู้ช่วยเหลือที่มีความอดทนอดกลั้นต่อความทุกข์ยากและไม่ทอดทิ้งอิมาม (ผู้นำ) ของตน ไม่ว่าพวกเขาจะตกอยู่ในสภาพการณ์เช่นใด ในทำนองเดียวกันนี้ เมื่อพิจารณาจากคำรายงานต่าง ๆ จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดในประเด็นที่ว่า “การปราศจากผู้ร่วมทางและผู้ให้การช่วยเหลือนั้น จะเป็นสื่อที่ทำให้เกิดการเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์) และการมีผู้ร่วมทางและผู้ช่วยเหลือ ก็จะเป็นสื่อของการปรากฏกาย (ซุฮูร) เช่นเดียวกัน”
4. ความพร้อมของปวงชน
ในช่วงสมัยต่าง ๆ จากประวัติศาสตร์ก็ได้แสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่มีความพร้อมขั้นพื้นฐานที่เพียงพอ ในอันที่พวกเขาจะใช้ประโยชน์ให้ดีที่สุดสำหรับการมีอยู่ของบรรดามะอ์ซูม (อ.) พวกเขาไม่รู้คุณค่าถึงความประเสริฐในการปรากฏอยู่ของบรรดามะอ์ซูม (อ.) เลย และพวกเขาไม่ได้ใช้ประโยชน์จากซัมซัมสายน้ำแห่งทางนำของอิมาม (อ.) ตามที่สมควรจะเป็น ดังนั้น อัลลอฮฺ (ซ.บ.) จึงทรงทำให้บทพิสูจน์แห่งสัจธรรมท่านสุดท้ายของพระองค์ อยู่ในสภาวะเร้นกายจนถึงสมัยหนึ่งที่ปรากฏชัดว่า มีความพร้อมของประชาติในการต้อนรับท่านแล้ว และจะดับกระหายทุกคนด้วยตาน้ำแห่งวิชาการของพระผู้เป็นเจ้า
ดังนั้น การปรากฏความพร้อมของปวงชน จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญมากประการหนึ่งของการกลับมาของ
อิมามมะฮ์ดี (อ.) ผู้ถูกสัญญา เพราะว่าด้วยกับการเกิดความพร้อมเท่านั้น ที่จะทำให้การเคลื่อนไหวเพื่อสร้างสรรค์สังคมให้ดีงามของท่านบรรลุสู่ความสำเร็จที่ดี ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ประชาชนทุกชนชั้นจะมีความปรารถนาจากส่วนลึกในจิตใจของพวกเขา ต่อความยุติธรรมทางสังคม เสถียรภาพทางศีลธรรมและจริยธรรม และการพัฒนาการทางด้านจิตวิญญาณสู่ความสมบูรณ์
ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ได้กล่าวว่า
“มาตรว่าผู้ดำเนินรอยตาม (ชีอะฮ์ของ) เรา หากอัลลอฮ์ทรงประทานความสำเร็จ (เตาฟีก) แก่พวกเขาในการเชื่อฟังพระองค์ บนการประสานดวงใจกันในการรักษาคำมั่นสัญญา (ของพระองค์) ที่มีต่อพวกเขาแล้ว แน่นอนยิ่ง ความสำเร็จในการได้พบเห็น (การปรากฏกาย) ของเรา ก็จะไม่ถูกทำให้ล่าช้าออกไปจากพวกเขา และแน่นอนยิ่งความโชคดี (ซะอาดะฮ์) ในการพบกับเราก็จะได้รับการรีบเร่ง” [6]
เมื่อพิจารณาถึงปฐมเหตุแห่งความพร้อมทั้ง 4 ประการนี้ จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า สองเงื่อนไขแรก คือ แบบแผนและธรรมนูญการปกครอง อีกทั้งผู้นำนั้นมีพร้อมแล้ว แต่ยังขาดสองประการหลัง คือ การมีผู้ช่วยเหลือ และความพร้อมของปวงมหาศรัทธาชน ซึ่งทั้งสองประการนี้ก็ขึ้นอยู่กับความอุตสาห์พยายาม และการเคลื่อนไหวอย่างจริงจังของเราและของประชาชนโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาชีอะฮ์และผู้ที่เฝ้ารอคอยการมาของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.)
--------------------
แหล่งอ้างอิง :[1] มีซานนุ้ลหิกมะฮ์ เล่มที่ 5 ฮะดีซที่ 8166
[2] ฆ็อยบะฮ์นุอมานี บาบที่ 15 ฮะดีซที่ 2
[3] กะมาลุดดีน เล่มที่ 2 หน้าที่ 39 ฮะดีษที่ 6
[4] นัจมุซากิบ หน้า193
[5] ซะฟีนะตุ้ลบิหาร เล่ม 8 หน้า 681
[6] อัลเอี๊ยะห์ติยาฎ เล่มที่ 2 หน้าที่ 60
1. เงื่อนไขและสัญญาณการปรากฏกายของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) : โดยทีมงาน Sahibzaman.com
2. พื้นฐานความพร้อมและสัญญาณต่าง ๆ ของการปรากฏกาย : เว็บไซด์ http://www.islamshia-w.com









