ฮุจญะติบนิลฮะซัน อัลมะฮ์ดี (อ.) คือตัวแทนและข้อพิสูจน์สุดท้ายของพระผู้เป็นเจ้า ท่านคือผู้ที่โลกทั้งโลกต่างรอคอยการมาปรากฏกายของท่าน แต่ทว่าการเร้นกาย (ฆอบัต) ของท่านนั้น มีเหตุผลและความเป็นมาอย่างไร?
ความหมายของคำว่า "ฆัยบัต"
คำว่า "ฆัยบัต" หมายถึง การเร้นกาย หรือการปกปิดจากสายตาและการมองเห็น แต่มิได้หมายความว่า การไม่ได้ปรากฏ ดังนั้น การเร้นกาย(ฆัยบัต)ของท่านอิมาม มะฮ์ดี (อ.) คือ การเร้นกายหายไปจากสายตาของประชาชน พวกเขามองไม่เห็นท่านในขณะที่ท่านอยู่ท่ามกลางพวกเขา ใช้ชีวิตร่วมกับพวกเขา ซึ่งความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้มีรายงานจากบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ ได้อธิบายไว้ด้วยรูปประโยคที่แตกต่างกัน ดังเช่น..
อิมามอะลี (อ.) กล่าวว่า "ขอสาบานด้วยพระนามแห่งอัลลอฮ์ พระเจ้าของอะลีว่า ข้อพิสูจน์ของพระองค์อยู่ท่ามกลางประชาชน เขาใช้ชีวิตร่วมกับประชาชน ไปมาหาสู่บ้านของพวกเขาไปทั่วทั้งทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก และตะวันตก เขาได้ยินคำพูดของประชาชนกล่าวสลามแก่เขา แต่ประชาชนจะมองไม่เห็นเขา จนกว่าจะถึงกาลเวลาที่พระเจ้าทรงกำหนด (ทรงสัญญาไว้)" [1]
แน่นอน ยังมีการอธิบายเรื่องการเร้นกายของอิมามในลักษณะอื่นอีก เช่น ตัวแทนที่เฉพาะเจาะจงของอิมามมะฮ์ดี (อ.) กล่าวว่า.. "อิมามมะฮ์ดี (อ.) จะเข้าร่วมพิธีฮัจญ์ทุกปี ท่านมองเห็นประชาชน และรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดี ขณะที่พวกเขามองเห็นท่าน แต่ไม่มีผู้ใดรู้จักท่าน" [2]
ด้วยเหตุนี้ การเร้นกายของอิมามมะฮ์ดี (อ.) จึงมี 2 ลักษณะ กล่าวคือ ลักษณะหนึ่ง ท่านเร้นกายไปจากสายตาของประชาชน ส่วนอีกลักษณะหนึ่ง ประชาชนมองเห็น แต่ไม่มีผู้ใดรู้จักท่าน อย่างไรก็ตามเป็นที่แน่ชัดว่าท่านอิมาม (อ.) ปรากฏกายอยู่ท่ามกลางประชาชน
การเร้นกายของบรรดาศาสดา
การฆัยบัต หรือการเร้นกาย มิใช่ปรากฏการณ์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกกับอิมามมะฮ์ดี (อ.) ในฐานะข้อพิสูจน์สุดท้ายของพระองค์ รายงานจำนวนมากกล่าวว่า ศาสดาจำนวนหนึ่งบางช่วงของชิวิตของท่าน ก็ได้มีการเร้นกายหายไปเช่นกัน ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ เป็นไปตามวิทยปัญญาและความเหมาะสมของพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น มิใช่มาจากความประสงค์ส่วนตัวหรือความเหมาะสมของครอบครัว ด้วยเหตุนี้ การเร้นกายจึงถือว่าเป็นหนึ่งในแบบฉบับที่มาพระเจ้า[3] ซึ่งตลอดอายุขัยของศาสดาบางท่าน เช่น ศาสดาอิดรีซ นูฮ์ ซอลิฮ์ อิบรอฮีม ยูซุบ มูซา ชุอัยบ์
อิลยาซ สุลัยมาน ดาเนียล และอีซา (อ.) ซึ่งเป็นศาสนทูตของพระเจ้านั้น ต่างก็ได้เร้นกายไปตามความเหมาะสมและเงื่อนไขของพระองค์ทั้งสิ้น[4]
ด้วยเหตุนี้ การเร้นกายของท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) จึงเป็นหนึ่งในแบบอย่างของบรรดาศาสดา หรือเป็นการปฏิบัติตามแบบอย่างของบรรดาศาสดานั่นเอง
ท่านอิมามญะอ์ฟัร อัซซอดิก (อ.) กล่าวว่า.. “แน่นอน สำหรับอิมามกออิมของเราต้องเร้นกายไปจากสายตาของประชาชนเป็นเวลายาวนาน”
ผู้รายงานกล่าวว่า.. “โอ้บุตรของศาสนทูตเหตุผลที่อิมามต้องเร้นกายคืออะไร?”
ท่านอิมาม (อ.) กล่าวว่า.. “พระเจ้าทรงประสงค์ให้อิมามเจริญรอยตามแบบอย่างของบรรดาศาสดาก่อนหน้านี้”[5]
จากคำกล่าวข้างต้นทำให้มีประเด็นหนึ่งชัดเจนขึ้นมา นั่นคือ คำพูดที่กล่าวถึงการเร้นกายของ อิมามมะฮ์ดี(อ.) ได้ถูกอธิบายไว้หลายปีก่อนที่อิมามจะประสูติ ดังจะเห็นได้ว่าท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ทุกท่านจนถึงอิมามฮะซัน อัซการีย์ (อ.) ต่างกล่าวถึงการเร้นกายของอิมามมะฮ์ดี (อ.) ทั้งสิ้น โดยที่บางท่านกล่าวถึงคุณลักษณะพิเศษ และเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในยุคการเร้นกายของอิมาม และอิมามบางท่านกำหนดหน้าที่ของมวลผู้ศรัทธาในยุคของการเร้นกาย [6]
ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวว่า.. “มะฮ์ดีคือบุตรของฉัน เขาจะเร้นกายหายไปอย่างยาวนาน จนกระทั่งประชาชนหันเหออกจากศาสนาของตน ในเวลานั้นเขาจะปรากฏกายออกมา ประหนึ่งดาวฤกษ์ดวงใหญ่ที่ทอแสงนวลผ่อง หลังจากนั้นเขาจะสถาปนาความยุติธรรมให้กระจายไปทั่วโลก ดุจดังเช่นที่โลกเคยเปี่ยมล้นไปด้วยความอยุติธรรม” [7]
ปรัชญาของการเร้นกาย
เพราะเหตุใดอิมามมะฮ์ดี (อ.) ผู้เป็นข้อพิสูจน์ของพระเจ้า จึงต้องเร้นกายไปจากสายตาของประชาชน และมีเหตุผลใด อันเป็นสาเหตุทำให้ประชาชนต้องถูกกีดกันจากบะเราะกัต ในการปรากฏกายของอิมามมะฮ์ดี (อ.)
เกี่ยวกับประเด็นนี้ มีคำรายงานจำนวนมากมายกล่าวไว้ แต่ก่อนที่จะตอบคำถามข้างต้นจำเป็นต้องกล่าวถึง ประเด็นหลักที่มีความสำคัญยิ่ง กล่าวคือ เราเชื่อมั่นไม่สงสัยว่าพระเจ้าทรงบันดาลทุกสิ่งมาบนโลกนี้ ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก ล้วนวางอยู่บนพื้นฐานของวิทยปัญญา และความเหมาะสม ทั้งสิ้น และไม่ว่ามนุษย์จะเข้าใจในวิทยปัญญาเหล่านั้นหรือไม่ก็ตาม ในขณะเดียวกันการดำเนินไปของระบบสุริยจักรวาลขึ้นอยู่กับการบริบาลของพระผู้เป็นเจ้า และเป็นไปตามพระประสงค์ของพระองค์ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการเร้นกายของอิมามมะฮ์ดี (อ.) ด้วยเหตุนี้ รหัสยะของการเร้นกายจึงเป็นไปตามวิทยปัญญาและความเหมาะสมที่พระองค์ทรงกำหนด ถึงแม้ว่ามนุษย์จะไม่รู้ถึงปรัชญาที่แท้จริงก็ตาม[8]
ท่านอิมามญะอ์ฟัร อัซซอดิก (อ.) กล่าวว่า.. “การเร้นกายสำหรับอิมามมะฮ์ดีไม่เป็นที่สงสัย แต่จะสร้างความคลางแคลงใจให้แก่ผู้ที่หลงผิด” นักรายงานฮะดีษถามอิมาม (อ.) ถึงเหตุผลของการเร้นกายว่า คืออะไร?
อิมาม (อ.) ตอบว่า.. “การเร้นกายเป็นคำสั่งหนึ่งของพระเจ้า ซึ่งพระองค์ไม่อนุญาตให้เราอธิบายแก่พวกเจ้า การเร้นกายเป็นหนึ่งในความลับของพระเจ้า พวกเราต่างยอมรับว่าพระองค์ทรงยิ่งใหญ่ และทรงปรีชาญาณยิ่ง ซึ่งภารกิจทั้งหมดของพระองค์ล้วนวางอยู่บนพื้นฐานของวิทยปัญญา แม้ว่าเราจะไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่แท้จริงของพระองค์ก็ตาม”
ดังนั้น หากเรานำปรัชญาข้างต้นมาวิเคราะห์ เราก็อาจกล่าวได้ว่า การเร้นกาย (ฆอยบัต) ของท่าน
อิมามมะฮ์ดี (อ.) เป็นไปเพื่อเหตุผลบางประการ ดังต่อไปนี้
1. เพื่อเป็นการสั่งสอนประชาชน
เมื่อประชาติไม่รู้ถึงคุณค่าของศาสนทูตและบรรดาอิมาม และไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนเมื่ออยู่ต่อหน้าอิมาม ยิ่งไปกว่านั้นยังได้แสดงการฝ่าฝืนต่อคำสั่ง ดังนั้น สมควรแล้วที่พระองค์ทรงแยกผู้นำของพระองค์ไปจากพวกเขา เพื่อให้พวกเขาได้สำนึกและเข้าใจถึงความจำเริญของอิมามเมื่ออยู่ท่ามกลางพวกเขา ในกรณีนี้การเร้นกายของอิมามจึงเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ถ้าไม่เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่สำนึก และไม่รู้ถึงคุณค่าของอิมาม
ท่านอิมามมุฮัมมัด บากิร (อ.) กล่าวว่า.. “เมื่อพระเจ้าไม่ทรงประทานผู้ร่วมงาน หรือผู้ช่วยเหลือเราแก่ประชาชาติ แน่นอนพระเจ้าจะทรงนำเราไปจากประชาชาติ” [9]
2. อิสรภาพหรือการไม่จำนนต่อพันธสัญญาของคนอื่น
ในบรรดาผู้ที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือการปฏิวัติ อันดับแรกพวกเขาจะต้องยืนหยัดร่วมกับผู้ที่ไม่เห็นด้วย และมีการตกลงกันในประเด็นต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตนตั้งเอาไว้ แต่ท่าน
อิมามมะฮดี (อ.) ในฐานะผู้ปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงโลก การปฏิวัตของท่านแตกต่างไปจากขบวนการเหล่านี้ ขบวนการเปลี่ยนแปลง การจัดตั้งรัฐบาลโลก และการสถาปนาความยุติธรรมของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ไม่จำเป็นต้องตกลงกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือตกลงกับบรรดา
ผู้กดขี่ทั้งหลาย เนื่องจากรายงานจำนวนมากกล่าวว่า ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) มีหน้าที่ต่อสู้กับผู้กดขี่ทั้งหลายบนโลก ด้วยเหตุนี้เอง เพื่อให้เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงโลกพร้อมสมบูรณ์ ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) จึงจำเป็นต้องเร้นกาย เพื่อจะได้ไม่ต้องทำสัญญากับบรรดาผู้กดขี่ทั้งหลาย
ท่านอิมามอะลี ริฎอ (อ.) กล่าวถึงสาเหตุการเร้นกายของอิมามมะฮ์ดี (อ.) ว่า..
“เพื่อว่าเวลาที่อิมามยืนหยัดด้วยคมดาบ จะได้ไม่มีผู้ใดสัญญาให้สัตยาบันกับท่าน” [10]
3. เพื่อทดสอบประชาชน
การทดสอบประชาชนเป็นหนึ่งในแบบอย่างของพระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงทดสอบปวงบ่าวด้วยเหตุผลต่าง ๆ มากมาย เพื่อพิสูจน์ความมั่นคงในการเคารพภักดีที่พวกเขามีต่อพระองค์ และการยืนหยัดอยู่บนแนวทางแห่งสัจธรรม แน่นอน สิ่งเหล่านี้เป็นที่ประจักษ์ชัดสำหรับพระองค์ แต่การที่พระองค์ทรงทดสอบปวงบ่าว ก็เพื่อสร้างสรรค์และนำพาพวกเขาไปสู่ความสมบูรณ์สูงสุดนั่นเอง
ท่านอิมามมูซา กาซิม (อ.) กล่าวว่า.. “เมื่อบุตรคนที่ห้าของฉันเร้นกายไปพวกเจ้า จงระวังรักษาศาสนาของเจ้าให้ดี เพื่อคนอื่นจะได้ไม่ทำให้เจ้าหันเหออกจากศาสนา แน่นอน อิมามมะฮ์ดีต้องเร้นกายหายไป ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผู้ปฏิบัติตามถอดถอนความศรัทธาออกจากหลักการศรัทธา และพระองค์ทรงใช้การเร้นกายนี้เป็นเครื่องมือทดสอบปวงบ่าว” [11]
4. เพื่่อปกป้องชีวิตของอิมาม
หนึ่งในปัจจัยสำคัญ อันเป็นสาเหตุให้บรรดาศาสดาหันห่างออกจากประชาชาติของตน คือ การปกป้องชีวิตของท่าน เพื่อว่าจะได้สามารถประกาศคำสอนของตนในโอกาสต่อไป ในช่วงที่อยู่ในภาวะที่คับขันไม่มั่นคงท่านจะปลีกตัวออกไปจากสังคม ดังที่ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้ปลีกตัวออกจาก
มักกะฮ์ และหลบซ่อนอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าท้้งสิ้น
ท่านอิมามญะอ์ฟัร อัซซอดิก (อ.) กล่าวว่า..
“อิมามผู้ถูกรอคอย ก่อนที่จะยืนหยัดขึ้นต่อสู้ ท่านจะเร้นกายหายไปจากสายตาของประชาชน”
และมีผู้ถามถึงสาเหตุของการเร้นกาย ท่านอิมาม (อ.) ตอบว่า “เพื่อปกป้องชีวิตของอิมาม” [12]
ถึงแม้ว่าการเป็นชะฮีด (การพลีชีพบนแนวทางของพระเจ้า) จะเป็นความหวังสูงสุดของมวลผู้ศรัทธาทั้งหลายก็ตาม แต่การชะฮีดอันเป็นที่ยอมรับ คือ การปฏิบัติหน้าที่ที่พระเจ้าทรงมอบหมาย การปรับปรุงสังคม และการทำนุบำรุงศาสนาของตน บางครั้งความตายของคนทั่วไปอาจเป็นความตายที่ไม่มีความหมาย หรือไร้เป้าหมาย ซึ่งปกติการกลัวความตายเป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ซึ่งสติปัญญาก็ยอมรับสิ่งนี้ ส่วนการสังหารอิมามมะฮ์ดี (อ.) ในฐานะที่เป็นตัวแทนคนสุดท้ายของพระเจ้า หมายถึง การทำลายวิหารกะอ์บะฮ์ ทำลายเป้าหมายของบรรดาศาสดา และหมู่มวลมิตรทั้งหลายของพระองค์ให้พังพินาศย่อยยับ เป็นการทำลายพันธะสัญญาของพระเจ้าที่ทรงสัญญาว่า จะจัดตั้งรัฐบาลโลกที่ทรงคุณธรรมที่สุด ไม่ให้เป็นความจริง
จากคำรายงานข้างต้นได้ชี้ให้เห็นประเด็นต่าง ๆ อันเป็นสาเหตุของการเร้นกายของอิมามมะฮ์ดี (อ.) เอาไว้ แต่ก็ยังมีอีกมากมาย อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ การเร้นกายของอิมามมะฮฺดีย์ (อ.) เป็นหนึ่งในรหัสยะทั้งหลายของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงจะถูกเปิดเผย ก่อนการปรากฏกายของท่าน และสิ่งที่นำเสนอมาในบทความนี้เป็นเพียงปัจจัยที่มีผลต่อการเร้นกายของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) เท่านั้น
---------------------
เอกสารอ้างอิง :
[1] ฆัยบัตนุอ์มานีย์ หมวดที่10 ฮะดีซที่ 3 หน้าที่146
[2] บิอารุลอันวาร เล่มที่ 52 หมวดที่ 23 หน้าที่ 152
[3] อัล-กุรอานหลายโองการ เช่น บทอัลฆอฟิร:58, บทอัลฟัตฮ์ :23, อัลอิซรออ์ :77 ได้กล่าวถึงแบบฉบับของพระเจ้า ซึ่งสามารถกล่าวสรุปได้ว่า แบบฉบับของพระเจ้า หมายถึงกฎเกณฑ์ที่ตายตัวของพระองค์ ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งกฎดังกล่าวครอบคลุมคำสั่งทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
(ตัฟซีรเนะมูเนะฮฺ เล่มที่ 17 หน้าที่ 435)
[4] กะมาลุดดีน เล่มที่ 1 หมวดที่ 1-7 หน้าที่ 254-300
[5] บิฮารุลอันวาร เล่มที่ 52 ฮะดีซที่ 3 หน้าที่ 90
[6] มุนตะค็อบบุลอะซัร ภาคที่ 2 หมวดที่ 26,29 หน้าที่ 312- 340
[7] กะมาลุดดีน เล่มที่ 1 หมวดที่ 25 ฮะดีซที่ 4 หน้าที่ 536
[8] อ้างแล้ว เล่มที่ 2 หมวดที่ 44 ฮะดีซที่ 11 หน้าที่ 204
[9] อิลลัชชะรอยิฮฺ หน้า 244 หมวที่ 179
[10] กะมาลุดดีน เล่มที่ 2 หมวดที่ 44 ฮะดีซที่ 4 หน้าที่ 232
[11] ฆัยบัต ฏูซีย์ ภาถที่ 5 ฮะดีซที่ 284 หน้าที่ 238
[12] กะมาลุดดีน เล่มที่ 2 หมวดที่ 44 หน้าที่ 233
[4] กะมาลุดดีน เล่มที่ 1 หมวดที่ 1-7 หน้าที่ 254-300
[5] บิฮารุลอันวาร เล่มที่ 52 ฮะดีซที่ 3 หน้าที่ 90
[6] มุนตะค็อบบุลอะซัร ภาคที่ 2 หมวดที่ 26,29 หน้าที่ 312- 340
[7] กะมาลุดดีน เล่มที่ 1 หมวดที่ 25 ฮะดีซที่ 4 หน้าที่ 536
[8] อ้างแล้ว เล่มที่ 2 หมวดที่ 44 ฮะดีซที่ 11 หน้าที่ 204
[9] อิลลัชชะรอยิฮฺ หน้า 244 หมวที่ 179
[10] กะมาลุดดีน เล่มที่ 2 หมวดที่ 44 ฮะดีซที่ 4 หน้าที่ 232
[11] ฆัยบัต ฏูซีย์ ภาถที่ 5 ฮะดีซที่ 284 หน้าที่ 238
[12] กะมาลุดดีน เล่มที่ 2 หมวดที่ 44 หน้าที่ 233
Source : บทความเรื่อง "การเร้นกาย (ฆอยบัต)"
จากเว็บไซด์ : http://balabhah.net/nahj-htm/thi/


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น