วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

มารู้จักอิมามมะฮ์ดี (อ.) ในคำรายงานของชีอะฮ์อิมามิยะฮ์

ตำราอันทรงคุณค่าหลายเล่มของชีอะฮ์ เช่น อุซูลกาฟียฺ อัลฆัยบะฮฺ อัลนุอฺมานียฺ และเล่มอื่น ๆ อีกมากมาย ได้บันทึกฮะดีษเกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) เอาไว้ ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญเป็นพิเศษเกี่ยวกับท่านอิมาม  

ในบทความนี้ จึงขอนำริวายะฮ์ (คำรายงาน) ต่าง ๆ จากบรรดามะอ์ซูม (อ.) ที่ได้กล่าวเกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) มานำเสนอ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ ความใกล้ชิด และเป็นการทำความรู้จักกับท่านอิมามให้มากยิ่งขึ้น โดยมีรายงานต่าง ๆ ดังนี้

ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวว่า


"มะฮ์ดี (อ.) เป็นบุตรของฉัน ชื่อของเขาคือชื่อของฉัน  ฉายานามของเขาคือฉายานามของฉัน  กิริยามารยาทและการสร้างของเขา คล้ายฉันมากกว่าประชาชาติทั้งหมด  เขาจะเร้นกายหายไป ซึ่งประชาชาติในยุคนั้นจะหลงทาง  หลังจากนั้นจะปรากฏกายออกมาอีกครั้ง เหมือนดาวเสาร์ที่สุกสดใส และจะทำให้โลกเปี่ยมล้นไปด้วยความยุติธรรม ดั่งที่โลกเคยเปี่ยมล้นด้วยความอธรรมมาแล้ว" [1]

ท่านอิมามซอดิก (อ.) กล่าวว่า ท่านศาสดา (ศ็อล ฯ) กล่าวว่า 

"โชคดีสำหรับคนที่รู้จักกออิมแห่งอะฮ์ลุลบัยต์ของฉัน และได้ปฏิบัติตามก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนหยัด เชื่อฟังปฏิบัติตามเขาและอะอิมมะฮ์ผู้ชี้นำทางท่านอื่นก่อนเขา และมุ่งขอความคุ้มครองจากอัลลอฮ์ ให้พ้นจากบรรดาศัตรูของเขา  เหล่านั้นคือมวลมิตรของฉัน และเป็นประชาชาติที่มีเกียรติที่สุดสำหรับฉัน" [2]

ท่านอิมามอะลี (อ.) 

ท่านอิมามอะลี (อ.) ขณะที่กล่าวสรรเสริญอัลลอฮ์ (ซ.บ.) และท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ท่านได้กล่าวถึงท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ว่า

"พวกเราคือ รัศมีแห่งฟากฟ้าและแผ่นดิน  เป็นเรือที่ให้ความช่วยเหลือ วิชาการและความรู้ถูกบันทึกอยู่ ณ พวกเรา  ยังพวกเรา คือเป้าหมายของทุกภารกิจการงาน  และมะฮ์ดีของเรา คือข้อพิสูจน์สุดท้าย  เขาคืออิมามมะอ์ซูมคนสุดท้ายที่จะทำการช่วยเหลือประชาชาติทั้งหลาย  เขาคือนูรสุดท้ายแห่งสาร (ของพระผู้เป็นเจ้า) และเป็นความเร้นลับที่ถูกปิดบัง  ขอแสดงความยินดีต่อบุคคล ที่ยึดมั่นอยู่กับสายเชือกของพวกเรา  และได้ร่วมอยู่บนความรักที่มี่ต่อพวกเรา" [3] 

อิมามญะวาด (อ.) กล่าวว่า มีรายงานจากท่านอิมามอะลี (อ.) ได้ถึงท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ว่า..

"สำหรับกออิมของเราจะมีการเร้นกายที่ยาวนาน ฉันเป็นห่วงชีอะฮ์ของฉันในช่วงการเร้นกายว่า จะระหกระเหินเสมือนฝูงแกะที่ไม่มีจ่าฝูง ที่คอยตามหาทุ่งหญ้า แต่ไม่พบ  พึงสังวรไว้เถิดว่า บุคคลใดก็ตามที่สร้างความมั่นคงให้ศาสนาของเขา  และหัวใจของเขาไม่แข็งกระด้างเนื่องจากการเร้นกายที่ยาวนานของอิมามของเขา  ดังนั้น เขาคือพวกของฉัน และในวันกิยามัตเขาจะยืนอยู่ตำแหน่งเดียวกับฉัน" [4]

ท่านหญิงฟาฏิมะฮฺ (อ.) 

ญาบิร อับดุลลอฮ์ อันซอรีย์ กล่าวว่า ฉันได้ไปหาท่านหญิง
ฟาฏิมะฮ์ (อ.) และฉันได้เห็นแผ่นบันทึกในมือของท่าน  ซึ่งบันทึกรายนามของบรรดาตัวแทนของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ทั้งหมดเป็นบุตรหลานของท่านหญิง ฉันได้นับนามเหล่านั้น มีทั้งสิ้น 12 ท่าน  ท่านสุดท้ายคือ "อัลกออิม (อ.)"  สามท่านมีนามว่า "มุฮัมมัด"  และอีกสามท่านมีนามว่า "อะลี" [5]


อิมามฮะซัน มุจญฺตะบา (อ.)

"โอ้ประชาชน พวกท่านไม่ทราบหรือว่า  พวกเราครอบครัวของท่านศาสดาทุกคนต้องทนให้สัตยาบันกับผู้ปกครองที่อธรรมในยุคของตน  ยกเว้นกออิม (อ.) ซึ่งศาสดาอีซา บุตรของมัรยัม (อ.) จะนมาซตามหลังเขา  อัลลอฮ์ ผู้ทรงเกรียงไกรทรงปิดบังการประสูติของเขา และทรงเร้นกายของเขา ซึ่งจะปรากฏกายมาอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ผู้ให้สัตยาบัน  จนกระทั่งบุตรคนที่เก้าของฮูเซนน้องชายของฉัน ซึ่งเป็นบุตรชายของสตรีที่อยู่ในครอบครอง  อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงทำให้เขามีอายุยืนยาวในช่วงของการเร้นกาย  และจะปรากฏกายออกมา โดยอำนาจของพระองค์ โดยที่มีใบหน้าอ่อนกว่าคนอายุ 40 ปี  และจงรู้ไว้ว่า อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง [6]

อิมามฮูเซน (อ.)

"มาตรว่าอายุขัยของโลกจะเหลือแค่วันเดียว อัลลอฮ์ จะทรงทำให้วันนั้นยาวนานออกไป  จนกระทั่งชายหนุ่มจากครอบครัวของฉัน ได้ปรากฏกายออกมา  และจะทำให้โลกนี้เปี่ยมล้นไปด้วยความยุติธรรม ดั่งที่โลกเคยเปี่ยมล้นด้วยความอธรรมมาแล้ว  ดังที่ฉันได้ยินท่านศาสดา (ศ็อลฯ) กล่าวเป็นประจำ" [7] 

ถ้าหากมะฮ์ดีได้ลุกขึ้นยืนหยัด จะมีประชาชนปฏิเสธและไม่รู้จัก  เนื่องจากท่านได้กลับมาในสภาพของชายหนุ่ม  ขณะที่พวกเขาคิดว่า ท่านคือชายชราที่สูงอายุ [8] 

อิมามซัจญาด (อ.)

ภายหลังจากชะฮาดัตของท่านอิมามฮูเซน (อ.) ขณะที่กองคาราวานถูกต้อนไปสู่เมืองชาม ประเทศซีเรียในปัจจุบัน  ซึ่งวันนั้นตรงกับวันศุกร์พอดี นักปราศรัยของยะซีดได้ขึ้นกล่าวคำเทศนาที่น่าขยะแขยง 
อิมามซัจญาด (อ.) ได้ลุกขึ้นยืนโต้ตอบกับเขาทันที่ หลังจากนั้นท่านได้กล่าวว่า 


"โอ้ประชาชนเอ๋ย! อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้ประทานคุณสมบัติ 7 ประการให้กับพวกเรา  และให้พวกเรามีความประเสริฐ 7 ประการเหนือกว่าบุคคลอื่น  อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ทรงประทานวิชาการความรู้ ความอดทนพิเศษ 
ความโอบอ้อมอารี วาทศิลป์ในการพูด ความกล้าหาญให้กับพวกเรา  และให้ความรักที่มีต่อพวกเราบรรจุอยู่ในจิตใจของผู้ศรัทธาทุกคน และให้พวกเรามีความประเสริฐ 7 ประการเหนือกว่าบุคคลอื่น ได้แก่ 
  • ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ผู้ได้รับการเลือกสรรจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) มาจากพวกเรา 
  • ในหมูพวกเรามีบุคคลที่มีความสัจจะที่สุดในหมู่ประชาชาติ ได้แก่ อะลีอมีรุลมุอ์มินีน (อ.) 
  • ในหมู่พวกเรามี ผู้ได้รับเกียรติอันสูงส่งจากอัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้แก่ ญะอฺฟัร ฏอยยาร 
  • ในหมู่พวกเรามีราชสีห์แห่งอัลลอฮ์ (ซ.บ.) และเราะซูลของพระองค์ ได้แก่ ชะฮีดฮัมซะฮ์ 
  • ในหมู่พวกเรามีไข่มุกอันล้ำค่าสำหรับประชาชาติ ได้แก่ ฮะซันและฮูเซน
  • ในหมู่พวกเรามีมะฮ์ดี เป็นอิมามท่านสุดท้ายสำหรับประชาชาตินี้" 

ท่านอิมาม (อ.) กล่าวต่ออีกว่า "กออิมมาจากพวกเราการประสูติของเขาไม่เป็นที่เปิดเผยสำหรับประชาชน  จนกระทั่งประชาชนกล่าวว่า เขายังไม่ได้กำเนิดขึ้นมา จนกระทั่งเขาได้ปรากฏกายออกมาโดยไม่มีผู้ให้สัตยาบันมาก่อน [9]



อิมามบากิร กล่าว (อ.)

"จะมีช่วงเวลาหนึ่งประสบกับประชาชน อิมามจะเร้นกายไปจากพวกเขา  ดังนั้น ขอแสดงความยินดีกับปวงชนที่ได้อยู่ร่วมสมัยกับอิมามแห่งยุคของตน" [10]

อิมามซอดิก (อ.)

"สำหรับกออิมของเราจะเร้นกาย 2 ครั้ง ครั้งแรกเร้นกายในช่วงสั้น และอีกครั้งเร้นกายในระยะยาว" [11] 

อิมามมูซา อัลกาซิม (อ.)

"อิมามมะฮ์ดี จะเร้นกายไปจากสายตาของประชาชน แต่หัวใจของผู้ศรัทธาจะรำลึกถึง
ตลอดเวลา" [12] 

อิมามริฎอ (อ.)

"
เมื่ออิมามมะฮ์ดี ลุกขึ้นยืนหยัด แผ่นดินจะเต็มไปด้วยรัศมีของท่าน อิมามจะตั้งตราชูในหมู่ผู้คน 
หลังจากนั้นจะไม่มีผู้ใดกดขี่กันและกันอีกต่อไป [13]

อิมามญะวาด (อ.)

"กออิมของเรา คือบุคคลที่ประชาชนต่างเฝ้ารอคอยการปรากฏตัว ขณะที่เขาเร้นกาย  และเมื่อเขายืนขึ้นผู้โอหังทั้งหลายต่างสิ้นซาก เนื่องจากคำสั่งของเขา" [14]

อิมามฮาดีย์ (อ.)

"อิมามหลังจากฉัน คือบุตรของฉัน ฮะซัน  และหลังจากเขาคือบุตรของเขา อัล-กออิม ผู้ที่จะทำให้แผ่นดินเปี่ยมล้นไปด้วยความยุติธรรม ประหนึ่งที่เคยเต็มไปด้วยความอยุติธรรม" [15] 

อิมามฮะซัน อัซการีย์ (อ.)

"ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์มิได้พรากฉันไปจากโลกนี้  จนกระทั่งพระองค์ได้แสดงตัวแทนของฉันให้ฉันเห็น  เขาเป็นบุคคลที่การสร้างและจริยธรรมคล้ายคลึงกับท่านศาสดา (ศ็อลฯ) มากกว่าบุคคลใดทั้งสิ้น" [16] 

-------------------------

เอกสารอ้างอิง
[1] บิฮารุลอันวาร เล่ม 51 หน้า 72, กะมาลุดดีน เล่ม 1 หน้า 287 
[2] 72, กะมาลุดดีน หน้า 287 
[3] บิฮารุลอันวาร เล่ม 74 หน้า 300 
[4] กะมาลุดดีน หน้า 303 
[5] อัลกาฟียฺ เล่ม 1 หน้า 522 บาบ มาญาอะ ฟีล อิซนาอะชะเราะ 
[6] กะมาลุดดีน หน้า 317 
[7] บิฮารุลอันวาร เล่ม 51 หน้า 133 
[8] มุอฺญิมุล อะฮาดีซ อิมามมะฮ์ดี (อ.) เล่ม 3 หน้า 354 
[9] กะมาลุดดีน เล่ม 1 หน้า 324 
[10] กะมาลุดดีน เล่ม 1 หมวดที่ 3 ฮะดีซที่ 3 หน้า 584 
[11] ฆัยบัต นุอ์มานีย์ หมวดที่ 10 ภาคที่ 4 ฮะดีซที่ 5 หน้า 176 
[12] อ้างแล้วเล่มเดิม หมวดที่ 34 ฮะดีซที่ 6 หน้า 57 
[13] เล่มเดิม หมวดที่ 35 ฮะดีซที่ 5 หน้า 60 
[14] เล่มเดิม หมวดที่ 36 ฮะดีซที่ 1 หน้า 70 
[15] เล่มเดิม หมวดที่ 37 ฮะดีซที่ 10 หน้า 79
 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น