อิมามมะฮ์ดี (อ.) จะมาปรากฏกาย (ซุฮูร) หลังจากที่เร้นกายเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน (ฆอยบะตุลกุบรอ)
1. สถานการณ์รัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลก : การปกครองของรัฐบาลจะเป็นแบบเผด็จการ ความอยุติธรรม คือโรคร้ายแรงที่สังคมมนุษย์จะต้องทนทุกข์ก่อนการมาปรากฏกายของอิมามมะฮ์ดี (อ.) การกดขี่ข่มเหง และการลิดรอนสิทธิของประชาชนอย่างผิดกฎหมายจะปรากฏไปทั่ว
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า : "โลกจะเต็มไปด้วยความไม่ยุติธรรม และการกดขี่ ด้วยเหตุนี้จึงเกิดความกลัว และสงครามในทุกครัวเรือน"
อิมามอะลี (อ.) กล่าวว่า : "โลกจะเต็มไปด้วยการกดขี่ และความอธรรม ด้วยเหตุนี้จึงมีความกลัว และความเศร้าโศกเกิดขึ้นในทุกครัวเรือน"
อิมามมุฮัมมัด บากิร (อ.) กล่าวว่า : "อิมามมะฮ์ดี (อ.) จะไม่มาปรากฏกาย เว้นเสียแต่ว่าโลกจะเต็มด้วยความกลัว และความเลวร้ายที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงเสียก่อน"
อิมามมุฮัมมัด บากิร (อ.) กล่าวว่า : "อิมามมะฮ์ดี (อ.) จะมาปรากฏกาย ในเวลาที่ตำแหน่งผู้นำภายในจะอยู่ในมือของผู้กดขี่ข่มเหง"
อิบนุ อุมัร กล่าวว่า : "(เมื่อถึงเวลาสุดท้าย) ชนชั้นสูงจะมีทรัพย์สมบัติมากมาย และเด็ก ๆ จะร้องขอความตาย เนื่องจากการทรมาน และการทนทุกข์ที่พวกเขาได้รับจากผู้ปกครองของเขา"
ผู้ร่วมอุดมการณ์ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) จะทุกข์ทรมาน ไม่ใช่เนื่องมาจากการรุกราน และการรุกล้ำของอำนาจต่างชาติอย่างเดียวเท่านั้น แต่เนื่องจากการกดขี่ข่มเหง และความเห็นแก่ตัวของรัฐบาลของเขาเองด้วย ในรูปแบบที่แม้แต่แผ่นดินโลกที่ไม่สามารถต้านทานการขยายของมัน ก็ยังดูเล็กลงสำหรับพวกเขา แทนที่ผู้คนจะรู้สึกสัมผัสได้ถึงอิสรภาพ เขากลับรู้สึกว่ากำลังถูกจองจำ แม้แต่ในโลกมุสลิมขณะนี้ ยังมีผู้นำมุสลิมอีกหลาย ๆ คนในประเทศมุสลิม ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่ออิสลาม
และชาวมุสลิมก็เป็นเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับพวกเขา
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า : "ในเวลาสุดท้าย ภัยพิบัติอันยิ่งใหญ่ ที่ร้ายแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน จะประสบกับประชาชาติของเรา ในรูปแบบที่ดูเหมือนว่าความกว้างขวางของโลกจะดูแคบลงสำหรับพวกเขา โลกจะเต็มไปด้วยความอยุติธรรมและอำนาจเผด็จจการ ถึงขนาดที่ผู้ศรัทธาจะไม่สามารถหาที่หลบภัยเพื่อเป็นที่พักพิงได้อีก
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า : "ในเวลาสุดท้าย ภัยพิบัติอันยิ่งใหญ่ ที่ร้ายแรงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อน จะประสบกับประชาชาติของเรา ในรูปแบบที่ดูเหมือนว่าความกว้างขวางของโลกจะดูแคบลงสำหรับพวกเขา โลกจะเต็มไปด้วยความอยุติธรรมและอำนาจเผด็จจการ ถึงขนาดที่ผู้ศรัทธาจะไม่สามารถหาที่หลบภัยเพื่อเป็นที่พักพิงได้อีก
ต่อไป" (อัลฮะกิม มุสตัดร๊อก เล่ม 4 หน้า 465)
โดยในบางรายงานได้เน้นย้ำถึง ความสัมพันธ์ของมุสลิมกับผู้นำที่เห็นแก่ตัวเหล่านั้น และหลังจากการครอบครองของผู้ปกครองแบบกดขี่ข่มเหงสิ้นสุดลง สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวนำไปสู่ข่าวดีในการมาปรากฏกายของผู้ช่วยให้รอดของสากลโลก รายงานทั้งหมดนี้ได้กล่าวถึง ยุคสมัยการปกครองของรัฐบาลสามประเภท ที่จะปรากฏออกมาหลังจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) เสียชีวิตลง
รัฐบาลสามประเภทดังกล่าว คือ
1) ยุคการปกครองของคอลิฟะห์
2) ยุคการครอบครองของสหรัฐอาหรับ และอาณาจักร
3) ยุคสุดท้าย คือ ยุคของผู้ปกครองแบบเผด็จการ
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) กล่าวว่า : "หลังจากฉัน คอลิฟะห์จะขึ้นมาปกครอง หลังจาก
โดยในบางรายงานได้เน้นย้ำถึง ความสัมพันธ์ของมุสลิมกับผู้นำที่เห็นแก่ตัวเหล่านั้น และหลังจากการครอบครองของผู้ปกครองแบบกดขี่ข่มเหงสิ้นสุดลง สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวนำไปสู่ข่าวดีในการมาปรากฏกายของผู้ช่วยให้รอดของสากลโลก รายงานทั้งหมดนี้ได้กล่าวถึง ยุคสมัยการปกครองของรัฐบาลสามประเภท ที่จะปรากฏออกมาหลังจากท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) เสียชีวิตลง
รัฐบาลสามประเภทดังกล่าว คือ
1) ยุคการปกครองของคอลิฟะห์
2) ยุคการครอบครองของสหรัฐอาหรับ และอาณาจักร
3) ยุคสุดท้าย คือ ยุคของผู้ปกครองแบบเผด็จการ
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) กล่าวว่า : "หลังจากฉัน คอลิฟะห์จะขึ้นมาปกครอง หลังจาก
คอลีฟะห์ผู้นำสหรัฐอาหรับจะปกครอง หลังจากนั้นก็เป็นกษัตริย์ และหลังจากพวกเขาก็จะเป็นผู้นำแบบเผด็จการและกดขี่ข่มเหง หลังจากนั้นอิมามมะฮ์ดี (อ.) ก็จะมาปรากฏกาย" (อัลมุอ์ญัม กะบีร เล่ม 22 หน้า 375)
2. สภาพการรวมตัวกันของหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ : หน่วยงานต่าง ๆ ของแต่ละรัฐจะถูกตั้งขึ้นมาโดยผู้ทรยศ โดยการละเมิด และโดยการกดขี่ข่มเหงของแต่ละคน
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า : “เวลานั้นจะมาถึง ก็ต่อเมื่อผู้ปกครองกลายเป็นผู้กดขี่ข่มเหง ผู้บังคับบัญชากลายเป็นผู้ทรยศหักหลัง ผู้พิพากษากลายเป็นผู้ละเมิดสิทธิ และเมื่อรัฐมนตรีกลายเป็นผู้ปกครองแบบเผด็จการ"
3. อิทธิพลของผู้หญิงในการปกครองของรัฐบาลต่าง ๆ : การปกครองและการมีอิทธิพลของสตรีทั้งหลาย ซึ่งจะเป็นผู้ที่เข้ามามีส่วนในการปกครองเหนือประชาชนโดยตรง หรืออาจจะอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของผู้ปกครอง หรืออยู่ภายใต้การครอบงำของผู้ปกครองแบบเผด็จการเหล่านั้น และผู้หญิงจะเข้ามาอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของพวกเขาในหลาย ๆ สาขางาน
ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้กล่าวว่า : “เวลานั้นจะมาถึง ก็ต่อเมื่อมีการคอรัปชั่น และการล่วงประเวณีเกิดขึ้นกับแต่ละคน จะอยู่ในลักษณะพฤติกรรมแบบยั่วยวน บวกกับความเอื้ออารี และความชั่วช้าเลวทรามทำให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง และสถานภาพต่าง ๆ ในขณะที่ผู้ชอบธรรมกลับกลายเป็นคนอ่อนแอ”
มีผู้หนึ่งได้ถามท่านอิมามอะลี (อ.) ว่า “เมื่อไหร่เล่าที่ ช่วงเวลานี้จะผ่านมา และก็ผ่านไป?”
ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้ตอบว่า : “เวลานั้นจะมาถึงเมื่อผู้หญิง และผู้หญิงที่ถูกใช้งานเยี่ยงทาส จะเข้ามามีส่วนรับผิดชอบในงานเพื่อประชาชน และคนหนุ่มสาวจะกลายมาเป็นผู้มีอำนาจในการปกครอง”
4. การปกครองของคนหนุ่มสาว : โดยปกติผู้ที่จะเข้ามาปกครองประเทศจะต้องเป็นผู้จัดการงานที่ดี และเพียบพร้อมด้วยประสบการณ์ เพื่อประชาชนจะได้อยู่กันอย่างสะดวกสบาย แต่ถ้ามีตัวแทนบางคนในบรรดาคนหนุ่มทั้งหลาย หรือในบรรดาคนอ่อนปัญญา มีการเล่นชู้ เขาเหล่านั้นควรจะแสวงหาที่พักพิงในพระเจ้า เพื่อให้รอดพ้นจากมารร้ายแห่งการปลุกปั่น (ฟิตนะห์) ที่จะกำลังจะเกิดขึ้น
ในประเด็นข้างต้น เพียงพอที่จะอ้างถึงรายงานแค่สองข้อ ดังนี้คือ
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) กล่าวว่า : “จงแสวงหาที่พักพิงในพระเจ้าในเจ็ดปีแรก และในเวลาที่คนหนุ่มสาวขึ้นปกครอง”
5. ความไม่มั่นคงของรัฐบาลต่าง ๆ ในช่วงเวลาสุดท้าย : รัฐบาลต่าง ๆ จะมีความยุ่งเหยิง และบางครั้งรัฐบาลจะแสร้งทำเป็นรับตำแหน่งในระหว่างวัน แต่จะออกจากตำแหน่งเมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน ในเวลานั้นดาบที่อยู่ในปลอก และดาบที่ไม่มีปลอกจะถูกสลับกันใช้ ในขณะที่สงครามกำลังลุกเป็นไฟ รัฐบาลจะแสร้งทำเป็นรับตำแหน่งในระหว่างวัน แต่จะถูกปลดและไล่ออกออกจากตำแหน่งด้วยการหลั่งเลือด เมื่อวันนั้นได้สิ้นสุดลง
อิมามญะอ์ฟัร ศอดิก (อ.) ได้กล่าวว่า : “ท่านจะเป็นอย่างไร หากเวลานั้นมาถึง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีอิมาม เป็นผู้นำทางท่านแล้ว ท่านจะยังคงอยู่โดยไม่มีความรู้ และไม่มีการเรียนรู้ และอวดตัวซึ่งกันและกันกระนั้นหรือ? (จะถึงเวลาหนึ่ง) ที่ท่านจะถูกทดลอง คนดี และคนเลวจากบรรดาพวกท่านจะถูกแยกออกจากกัน เหมือนชาวนาแยกแกลบออกจากข้าวเปลือก"
6. ความอ่อนแอของอำนาจในการบริหารประเทศ : ก่อนวันแห่งการปรากฏกายของอิมามมะฮ์ดี (อ.) รัฐบาลต่าง ๆ ที่มีความเข้มแข็งจะอ่อนแอลง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมทางสำหรับผู้คนทั่วทั้งโลก ในการยอมรับการปกครองโลกของอิมามมะฮ์ดี (อ.)
อิมามญะอ์ฟัร ศอดิก (อ.) ได้กล่าวเกี่ยวกับโองการที่ว่า...
“จนกระทั่งเมื่อพวกเขาได้เห็นสิ่งที่พวกเขาถูกสัญญาไว้ แล้วพวกเขาก็จะได้รู้ว่าใครเป็นผู้อ่อนแอยิ่งในการเป็นผู้ช่วยเหลือ และมีจำนวนน้อยกว่า” (บทอัลญิน โองการที่ 24)
คำว่า “สัญญา” ในโองการข้างต้น ได้กล่าวถึงท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) บรรดาสหาย ผู้สนับสนุน และศัตรูของท่านอิมาม ซึ่งในเวลานั้นเมื่อถึงเวลาที่ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) มาปรากฏกาย ศัตรูของท่านจะอ่อนแอมากที่สุดในบรรดาศัตรูทั้งหลาย และจะมีกองกำลัง และอาวุธยุทโธปกรณ์น้อยที่สุด [1]
2. สภาพการรวมตัวกันของหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ : หน่วยงานต่าง ๆ ของแต่ละรัฐจะถูกตั้งขึ้นมาโดยผู้ทรยศ โดยการละเมิด และโดยการกดขี่ข่มเหงของแต่ละคน
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า : “เวลานั้นจะมาถึง ก็ต่อเมื่อผู้ปกครองกลายเป็นผู้กดขี่ข่มเหง ผู้บังคับบัญชากลายเป็นผู้ทรยศหักหลัง ผู้พิพากษากลายเป็นผู้ละเมิดสิทธิ และเมื่อรัฐมนตรีกลายเป็นผู้ปกครองแบบเผด็จการ"
3. อิทธิพลของผู้หญิงในการปกครองของรัฐบาลต่าง ๆ : การปกครองและการมีอิทธิพลของสตรีทั้งหลาย ซึ่งจะเป็นผู้ที่เข้ามามีส่วนในการปกครองเหนือประชาชนโดยตรง หรืออาจจะอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของผู้ปกครอง หรืออยู่ภายใต้การครอบงำของผู้ปกครองแบบเผด็จการเหล่านั้น และผู้หญิงจะเข้ามาอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของพวกเขาในหลาย ๆ สาขางาน
ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้กล่าวว่า : “เวลานั้นจะมาถึง ก็ต่อเมื่อมีการคอรัปชั่น และการล่วงประเวณีเกิดขึ้นกับแต่ละคน จะอยู่ในลักษณะพฤติกรรมแบบยั่วยวน บวกกับความเอื้ออารี และความชั่วช้าเลวทรามทำให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง และสถานภาพต่าง ๆ ในขณะที่ผู้ชอบธรรมกลับกลายเป็นคนอ่อนแอ”
มีผู้หนึ่งได้ถามท่านอิมามอะลี (อ.) ว่า “เมื่อไหร่เล่าที่ ช่วงเวลานี้จะผ่านมา และก็ผ่านไป?”
ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้ตอบว่า : “เวลานั้นจะมาถึงเมื่อผู้หญิง และผู้หญิงที่ถูกใช้งานเยี่ยงทาส จะเข้ามามีส่วนรับผิดชอบในงานเพื่อประชาชน และคนหนุ่มสาวจะกลายมาเป็นผู้มีอำนาจในการปกครอง”
4. การปกครองของคนหนุ่มสาว : โดยปกติผู้ที่จะเข้ามาปกครองประเทศจะต้องเป็นผู้จัดการงานที่ดี และเพียบพร้อมด้วยประสบการณ์ เพื่อประชาชนจะได้อยู่กันอย่างสะดวกสบาย แต่ถ้ามีตัวแทนบางคนในบรรดาคนหนุ่มทั้งหลาย หรือในบรรดาคนอ่อนปัญญา มีการเล่นชู้ เขาเหล่านั้นควรจะแสวงหาที่พักพิงในพระเจ้า เพื่อให้รอดพ้นจากมารร้ายแห่งการปลุกปั่น (ฟิตนะห์) ที่จะกำลังจะเกิดขึ้น
ในประเด็นข้างต้น เพียงพอที่จะอ้างถึงรายงานแค่สองข้อ ดังนี้คือ
ท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) กล่าวว่า : “จงแสวงหาที่พักพิงในพระเจ้าในเจ็ดปีแรก และในเวลาที่คนหนุ่มสาวขึ้นปกครอง”
ซัยยิด อิบนุ มุซัยยิบ กล่าวว่า : “การปลุกปั่น (ฟิตนะห์) จะผ่านมา และก็ผ่านไป แต่มันจะเริ่มต้นด้วยเกมของคนหนุ่มสาว”
5. ความไม่มั่นคงของรัฐบาลต่าง ๆ ในช่วงเวลาสุดท้าย : รัฐบาลต่าง ๆ จะมีความยุ่งเหยิง และบางครั้งรัฐบาลจะแสร้งทำเป็นรับตำแหน่งในระหว่างวัน แต่จะออกจากตำแหน่งเมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน ในเวลานั้นดาบที่อยู่ในปลอก และดาบที่ไม่มีปลอกจะถูกสลับกันใช้ ในขณะที่สงครามกำลังลุกเป็นไฟ รัฐบาลจะแสร้งทำเป็นรับตำแหน่งในระหว่างวัน แต่จะถูกปลดและไล่ออกออกจากตำแหน่งด้วยการหลั่งเลือด เมื่อวันนั้นได้สิ้นสุดลง
อิมามญะอ์ฟัร ศอดิก (อ.) ได้กล่าวว่า : “ท่านจะเป็นอย่างไร หากเวลานั้นมาถึง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีอิมาม เป็นผู้นำทางท่านแล้ว ท่านจะยังคงอยู่โดยไม่มีความรู้ และไม่มีการเรียนรู้ และอวดตัวซึ่งกันและกันกระนั้นหรือ? (จะถึงเวลาหนึ่ง) ที่ท่านจะถูกทดลอง คนดี และคนเลวจากบรรดาพวกท่านจะถูกแยกออกจากกัน เหมือนชาวนาแยกแกลบออกจากข้าวเปลือก"
6. ความอ่อนแอของอำนาจในการบริหารประเทศ : ก่อนวันแห่งการปรากฏกายของอิมามมะฮ์ดี (อ.) รัฐบาลต่าง ๆ ที่มีความเข้มแข็งจะอ่อนแอลง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเตรียมทางสำหรับผู้คนทั่วทั้งโลก ในการยอมรับการปกครองโลกของอิมามมะฮ์ดี (อ.)
อิมามญะอ์ฟัร ศอดิก (อ.) ได้กล่าวเกี่ยวกับโองการที่ว่า...
“จนกระทั่งเมื่อพวกเขาได้เห็นสิ่งที่พวกเขาถูกสัญญาไว้ แล้วพวกเขาก็จะได้รู้ว่าใครเป็นผู้อ่อนแอยิ่งในการเป็นผู้ช่วยเหลือ และมีจำนวนน้อยกว่า” (บทอัลญิน โองการที่ 24)
คำว่า “สัญญา” ในโองการข้างต้น ได้กล่าวถึงท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) บรรดาสหาย ผู้สนับสนุน และศัตรูของท่านอิมาม ซึ่งในเวลานั้นเมื่อถึงเวลาที่ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) มาปรากฏกาย ศัตรูของท่านจะอ่อนแอมากที่สุดในบรรดาศัตรูทั้งหลาย และจะมีกองกำลัง และอาวุธยุทโธปกรณ์น้อยที่สุด [1]
ผู้ปกครองที่เป็นหญิง ถ้าหากดูจากบันทึกประวัติศาสตร์หรือข้อมูลจากเว็บไซด์จะเห็นว่า โลกเรานี้เริ่มมีนายกรัฐมนตรีหญิง (ผู้มีอำนาจปกครอง) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1916 (ศตวรรษที่ 20) คนแรกคือ Sirimavo Bandaranaike นายกรัฐมนตรีหญิงของปากีสถาน และมาถึงประเทศไทย นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นคนที่ 52 และเมื่อย้อนไปดูบันทึกประวัติทางการเมืองของบรรดานายกรัฐมนตรีหญิง จะก็จะพบวีรกรรมที่มากมายของพวกนาง จึงขอนำตัวอย่างผลงานมาให้ท่านรับชมในวิดิโอ
-----------------------
[1] บทความเรื่อง "สถานการณ์รัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก ก่อนอิมามมะฮ์ดี (อ.) จะมาปรากฏกาย" แปลและเรียบเรียงโดย ซะฮ์รอ นูรอัยนีย์ จากเว็บไซด์ http://www.ahlulbait.org/


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น