วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ช่วงชีวิตของอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) ก่อนขึ้นรับตำแหน่งอิมามที่ 12


ชีวิตในวัยเยาว์ของท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) นับแต่ช่วงวันประสูติไปจนกระทั่งถึงวันที่บิดาของท่าน คือ 
ท่านอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) ได้เป็นชะฮีดนั้น นับว่าเป็นช่วงเวลาที่มีประเด็นสำคัญต่าง ๆ มากมาย อีกทั้งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีเรื่องราวหลายเรื่องในช่วงเวลานั้น ที่เป็นข้อพิสูจน์หรือหลักฐานการถือกำเนิดของท่าน อีกทั้งยังเป็นหลักฐานในการยืนยันความเป็นอิมามของท่าน ในที่นี้จึงขอนำเสนอเฉพาะบางประเด็นที่สำคัญมาก ดังต่อไปนี้ :-

การแนะนำอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) ต่อบรรดาชีอะฮ์
สืบเนื่องจากการประสูติท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) ได้ถูกปกปิดจากบุคคลภายนอก  ดังนั้น จึงไม่มีบุคคลใดรู้จักอิมาม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาชีอะฮ์ของท่าน  จึงอาจทำให้พวกเขาอาจเข้าใจข้อพิสูจน์สุดท้ายของพระเจ้าผิด และเป็นสาเหตุทำให้พวกเขาหลงทางได้ง่าย   ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นหน้าที่ของท่านอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) ที่ต้องแนะนำบุตรชายของท่านแก่บรรดาหัวหน้าชีอะฮ์ และบุคคลที่ไว้วางใจได้ในสมัยนั้น เพื่อให้พวกเขาเป็นผู้แจ้งข่าวการกำเนิดของท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) แก่บุคคลอื่น และเพื่อเป็นการป้องกันมิให้ศัตรูทราบข่าวที่ชัดเจน

อะฮฺมัด บุตรของอิซฮาก  เขาเป็นหัวหน้าชีอะฮ์ และเป็นสาวกชั้นพิเศษของท่านอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) ได้กล่าวว่า.. : ฉันได้ไปพบท่านอิมามฮะซัน ฮัสการีย์ (อ.) เพื่อต้องการถามถึงอิมามภายหลังจากท่าน  แต่ก่อนที่ฉันจะกล่าวสิ่งใดออกมา  ท่านอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) ได้กล่าวว่า..

"โอ้ อะฮฺมัดเอ๋ย! นับตั้งแต่พระเจ้าทรงสร้างอาดัมขึ้นมาบนโลกนี้  พระองค์ไม่เคยปล่อยให้แผ่นดินของพระองค์ว่างเว้นจากข้อพิสูจน์เลย  และจนถึงวันแห่งการอวสานก็จะไม่เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด  พระองค์ทรงขจัดการทดสอบและบะลาอ์ต่าง ๆ ไปจากประชาชาติ  เนื่องจากข้อพิสูจน์ของพระองค์ (การมีอยู่ของข้อพิสูจน์) พระองค์ทรงให้ฝนตก และพืชพันธ์ได้งอกเงยขึ้นจากพื้นดิน"

ฉันจึงถามว่า.. “โอ้ บุตรแห่งศาสนทูต ใคร คือ อิมามภายหลังจากท่าน?”
ท่านอิมาม (อ.) ได้เข้าไปในบ้านของท่าน และอุ้มเด็กน้อยวัยสามขวบที่ใบหน้าเปล่งได้ด้วยรัศมี ดุจดังดวงจันทร์ที่นวลผ่องออกมาคนหนึ่ง แล้วกล่าวว่า..

โอ้ อะฮฺมัดเอ๋ย! มาตรว่าข้อพิสูจน์ของพระเจ้า ณ พระองค์แล้วไม่มีค่าและไม่มีความหมาย ฉันจะไม่
แนะนำเด็กน้อยคนนี้แก่เจ้าเด็ดขาด  นามและฉายานามของเขา คือนามและฉายานามของศาสดา 
เขาคือผู้ที่จะสถาปนาโลกให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม ดุจดังที่ครั้งหนึ่งโลกเคยเต็มไปด้วยความอยุติธรรม

ฉันกล่าวว่า.. “โอ้นายของข้าฯ มีเครื่องหมายอันใดที่พอจะทำให้จิตใจของฉันผ่อนคลายลงบ้าง?!”
และในเวลานั้นเอง เด็กน้อยได้ขยับริมฝีปากพร้อมกับกล่าวว่า
اَنَا بَقِيةُ اللَّهِ فِي اَرَضِهِ والمُنْتَقِمُ مِنْ اَعْدَائِهِ
ฉันคือผู้คงเหลืออยู่ของพระเจ้าบนหน้าแผ่นดิน และเป็นผู้ล้างแค้นศัตรูของพระองค์... 


ท่านอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) จึงกล่าวว่า..
"โอ้ อะฮฺมัดเอ๋ย! หลังจากที่เจ้าได้เห็นกับตาแล้วจงเชื่อฟังปฏิบัติตามเขา"
อะฮฺมัด บุตรของอิซฮาก กล่าวว่า “หลังจากที่ฉันได้ยินคำพูดนั้นแล้ว ฉันได้ออกจากบ้านของอิมามด้วยความปิติยินดีอย่างยิ่ง [1]

ในทำนองเดียวกัน มุฮัมมัด บุตรของอุสมาน และบรรดาหัวหน้าชีอะฮฺอีกหลายท่าน  ได้กล่าวว่า 
มีชีอะฮ์ประมาณ 40 คนได้เดินทางมาพบท่านอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.)  แล้วท่านอิมามได้แนะนำ
บุตรชายของท่านแก่พวกเรา  หลังจากนั้นท่านได้กล่าวว่า..
“ภายหลังจากฉัน เด็กคนนี้คืออิมาม และเป็นตัวแทนของฉันในหมู่พวกท่าน จงเชื่อฟังปฏิบัติตามเขา 
หลังจากฉันแล้ว  จงอย่าแตกแยกกันในเรื่องศาสนา ซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้พวกเจ้าพบกับความหายนะ 
และหลังจากวันนี้เป็นต้นไปพวกเจ้าจะไม่ได้เห็นเขาอีก” [2]

หนึ่งในหลักการของศาสนาและแบบฉบับของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้สอนให้ทำอะกีเกาะฮ์ จัดพิธีมงคลแก่เด็กที่เพิ่งเกิดใหม่ โดยการเชือดแพะหรือแกะ และเลี้ยงอาหารประชาชน ซึ่งสิ่งนี้จะมีผลทำให้เด็กมีความสิริมงคลและอายุยืน  ดังนั้น ท่านอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) จึงได้จัดพิธีอะกีเกาะฮฺให้กับบุตรชายของท่านหลายครั้ง [3]  เพื่อปฏิบัติตามแบบฉบับที่ดีของท่านศาสดา (ศ็อลฯ)  และเพื่อเป็นการแจ้งข่าวการกำเนิดบุตรชายของท่านแก่บรรดาชีอะฮ์ทั้งหลาย มุฮัมมัด อิบรอฮีม กล่าวว่า อิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) ได้เชือดแกะแล้วส่งไปให้ชีอะฮ์คนหนึ่งของท่าน พร้อมกับกล่าวว่า“นี่คืออะกีเกาะฮฺ บุตรชายของฉัน 
มุฮัมมัด”  [4]

อภินิหารและกะรอมัต
ในชีวิตอันจำเริญของท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) นับตั้งแต่ปีแรกที่ถือกำเนิดจนกระทั่งได้เร้นกายหายไป ได้มีอภินิหารและความกะรอมัตต่าง ๆ ที่ท่านอิมามได้แสดงให้เห็น เป็นหลักฐานเชิงจักษ์ในความเป็นอิมามของท่าน ซึ่งโดยปกติแล้วประเด็นดังกล่าวได้ถูกลืมเลือนหายไปจากชีวิตแห่งข้อพิสูจน์สุดท้ายของพระเจ้า  ดังนั้น จึงขอนำเสนอมาเพียงบางประการ ตัวอย่างเช่น :-

อิบรอฮีม บุตรของอะฮฺมัด นิชอบูรีย์  กล่าวว่า : ครั้นเมื่อ อัมมะริบ เอาฟ์ หนึ่งในผู้ปกครองที่กดขี่ซึ่งมีนิสัยชอบเข่นฆ่าบรรดาชีอะฮื ตั้งใจที่จะฆ่าฉัน ๆ กลัวมาก ประหนึ่งว่าความหวาดกลัวได้ครอบงำฉันไปทั่วเรือนร่าง หลังจากได้กล่าวอำลาทุกคนในครอบครัวแล้ว ฉันได้มุ่งหน้าไปบ้านของอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) เพื่อกล่าวอำลาท่าน  เมื่อฉันเข้าไปในบ้านของอิมาม  ฉันได้เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งมีใบหน้าเปล่งประกายด้วยรัศมีเหมือนดวงจันทร์คืนวันเพ็ญ  รัศมีบนในหน้าของท่านสร้างความฉงนสงสัยแก่ฉัน และทำให้ลืมความสะทกสะท้าน และความหวาดกลัวที่สุมอยู่ในหัวอกไปจนหมดสิ้น ในเวลานั้นเด็กน้อยคนดังกล่าว ได้กล่าวกับฉันว่า.. “โอ้ อิบรอฮีม ไม่มีความจำเป็นต้องหลบหนีไปที่ใด ในไม่ช้าพระเจ้าจะทรงขจัดความชั่วร้ายของเขาให้พ้นไปจากท่าน”

เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้นฉันยิ่งสงสัยมากขึ้น ฉันจึงกล่าวกับอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) ว่า โอ้นายของข้าฯ เด็กน้อยคนนี้เป็นบุตรของใคร ทำไมจึงรู้ข่าวภายในจิตใจของฉัน 

อิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) กล่าวว่า “เขาเป็นบุตรชายของฉัน และเป็นตัวแทนของฉันภายหลังจากฉัน”  อิบรมฮีม กล่าวว่า.. ฉันได้ออกจากบ้านของอิมามด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง และเชื่อในคำพูดของอิมามสิบสอง หลังจากนั้นไม่กี่วันอาของฉันคนหนึ่งได้แจ้งข่าวการตายของ อัมมะริบ เอาฟ์ [5]

การตอบคำถามต่าง ๆ ของท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.)
ท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) ได้ตอบคำถามของบรรดาชีอะฮ์ ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มต้นชีวิตอันจำเริญ เป็นคำตอบที่แข็งแรงและเต็มไปด้วยเหตุผลสร้างความอบอุ่นใจแก่บรรดาสาวกของท่าน ดังตัวอย่างเช่น :-

สะอ์ดิ บุตรของอับดุลลอฮฺ กุมมี  เป็นหัวหน้าชีอะฮ์ที่สำคัญคนหนึ่ง ได้เดินทางไปพร้อมกับ อะฮฺมัด บุตรของอิซฮาก กุมมี ตัวแทนของท่านอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.)  เพื่อนำคำถามไปถามท่านอิมามและนำคำตอบให้อธิบายแก่ประชาชน พวกเขาได้เดินทางไปพบท่านอิมามอัสการีย์ (อ.) และได้เล่าเหตุการณ์การเข้าพบอิมาม (อ.) ดังนี้ :

พวกเราต้องการถามอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) แต่ท่านอิมามได้ชี้ไปที่บุตรชายของท่าน [อิมามมะฮ์ดีย์ (อ.)] พร้อมกับกล่าวว่า.. “พวกท่านจงถามบุตรชายของฉัน  เมื่อเราหันไปหาท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) ซึ่งยังเป็นเด็กอยู่ ท่านกล่าวว่า “ท่านต้องการถามสิ่งใดเชิญถามได้เลย”  เราได้ถามว่า “จุดประสงค์ของอักษรย่อในอัลกุรอาน กาฟ ฮา ยา อีน ซ็อด หมายถึงอะไร?”
 
ท่านอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) กล่าวว่า.. “อักษรเหล่านี้ได้แจ้งข่าวเร้นลับ พระเจ้าทรงแจ้งข่าวนั้นแก่ศาสดา
ซักกะรียา (อ.)  หลังจากนั้นทรงแจ้งแก่ศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ) โดยเรื่องราวนั้นเป็นดังนี้คือ ศาสดา
ซักกะรียา (อ.) ต้องการให้พระเจ้า สอนนามทั้งห้าของอาลิอะบา แก่ท่าน  หลังจากนั้นพระเจ้าทรงประทานให้ญิบรออีลลงมาที่ซักกะรียา เพื่อสอนนามเหล่านั้น  เมื่อซักกะรียาได้เรียนรู้นามของ มุฮัมมัด อะลี ฟาฏิมะฮ์ และฮะซัน แล้วทำให้อุปสรรคปัญหาของท่านหมดไป แต่เมื่อท่านต้องการเอ่ยนามของ ฮุซยน์ ลำคอของท่านตีบตันไม่สามารถเอ่ยออกมาได้  วันหนึ่งท่านได้ทูลต่อพระเจ้าว่า เป็นเพราะเหตุใดเมื่อข้าพเจ้าเอ่ยนามทั้งสี่ ข้าพเจ้าสามารถเอ่ยได้อย่างสะดวกสบาย และปัญหาที่มีอยู่ก็ถูกแก้ไข  แต่พอเอ่ยนามว่า ฮุซัยน์ ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นกังวลและมีความทุกข์ใจอย่างไรบอกไม่ถูก  อีกทั้งน้ำตาจะไหลรินและเสียงสะอื้นจะออกมาจากลำคอตลอดเวลา  หลังจากนั้นพระเจ้าทรงแจ้งเรื่องราวของฮุซัยน์แก่
ซักกะรียา โดยทรงตรัสว่า  : กาฟ ฮา ยา อีน ซ็อด เป็นรหัสของเหตุการณ์ดังกล่าว  กาฟ เป็นรหัสของกัรบะลาอฺ  ฮา เป็นรหัสของความตายแห่งครอบครัวของฮุซัยน์  ยา เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงยะซีดผู้สังหารฮุซัยน์และครอบครัว  อีน บ่งบอกถึงความหิวกระหายที่เกิดกับฮุซัยน์และครอบครัว ส่วนซ็อด  
บ่งบอกถึงความอดทนอดกลั้นของฮุซัยน์”

พวกเราจึงได้พูดว่า.. “โอ้เมาลาของเรา ทำไมประชาชนจึงถูกห้ามไม่ให้เลือกอิมามสำหรับตนเอง?”
ท่านอิมาม (อ.) กล่าวว่า.. “จุดประสงค์ของการเลือกสรร เป็นการเลือกเพื่อปรับปรุงแก้ไข หรือเลือกทำก่อความเสียหาย”
พวกเราพูดว่า.. “เลือกอิมาม เพื่อปรับปรุงแก้ไขสังคม”
ท่านอิมาม (อ.) กล่าวว่า.. “เนื่องจากว่าไม่มีใครรู้ถึงอนาคตของกันและกัน และไม่รู้ถึงอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร  ดังนั้น เขาไม่สามารถปรับปรุงให้ถูกต้องได้อย่างแน่นอน  หรือไม่รู้ว่า เมื่อเลือกมาแล้วเขาจะก่อการเสียหายหรือว่าปรับปรุง  ยิ่งไปกว่านั้นท่านไม่คิดหรือว่า..การเลือกสรรของประชาชนอาจเป็นการสร้างความเสียหายก็ได้”
พวกเราตอบว่า.. “ใช่ อาจเป็นเช่นนั้น”
ท่านอิมาม (อ.) ตอบว่า.. “สาเหตุที่ห้ามไม่ให้เลือกก็เป็นเช่นนี้”  [6]

ทั้งนี้ ในรายงานยังมีกล่าวไว้ยาวกว่านี้ ซึ่งอิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) ได้กล่าวถึงเหตุผลอื่นและตอบคำถามต่างๆ 
อีกมากมาย แต่ขอนำเสนอมาเพียงเท่านี้ เพื่อให้เหมาะความสมกับประเด็นที่กำลังนำเสนอ

การตรวจรับของกำนัลต่าง ๆ ที่เป็นวัตถุปัจจัย
หนึ่งในกิจกรรมของบรรดาชีอะฮ์ คือ การส่งของกำนัลที่เป็นวัตถุปัจจัยต่าง ๆ และทรัพย์สินที่ถูกจัดเป็นทานบังคับ หรือภาษีศาสนาแก่บรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ (อ.)  ซึ่งหลังจากอิมามรับสิ่งของเหล่านั้นแล้ว จะจัดสรรสู่สังคม เพื่อขจัดปัญหาและแก้ไขความความเดือดร้อนของประชาชน

บุตรของอิซฮาก ซึ่งเป็นผู้แทนคนหนึ่งของอิมามฮะซัน อัซการีย์ (อ.) กล่าวว่า : เมื่อฉันนำทรัพย์ที่บรรดา
ชีอะฮ์มอบให้กับอิมามไปส่งมอบให้ท่านอิมามอัสการีย์ (อ.) ขณะที่ฉันกำลังมอบทรัพย์สินอยู่นั้น  ฉันเห็น
บุตรชายของท่านซึ่งมีใบหน้าผ่องใสประหนึ่งพระจันทร์เต็มดวงยืนอยู่ข้าง ๆ  ท่านอิมามฮะซัน 
อัสการีย์ (อ.) จึงหันไปกล่าวกับบุตรชายของท่านว่า.. “โอ้บุตรรักของฉันเจ้าจงเปิดของกำนัลและสิ่งของ
ต่าง ๆ ที่บรรดาชีอะฮ์ และผู้เชื่อฟังปฏิบัติตามได้มอบให้เถิด”

เด็กน้อยท่านนั้น กล่าวว่า.. “โอ้ อิมามของฉัน จะให้ฉันเอามือสะอาดไปแตะต้องทรัพย์สินที่อนุมัติ และ
ไม่อนุมัติ ซึ่งผสมปรนเปรอกันอยู่กระนั้นหรือ?”

อิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) กล่าวว่า.. “โอ้ บุตรของอิซฮากเอ๋ย! เจ้าจงแยกของเหล่านี้เถิด เพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งของอันใดอนุมัติและไม่อนุมัติ"  เมื่อฉันแยกถุงแรกออกมาเด็กน้อยท่านนั้นกล่าวว่า "ถุงใบนี้เป็นของบุคคลที่ส่งมาจากสถานที่หนึ่งจากเมืองกุม (อิมามระบุชื่อบุคคลและสถานที่) และกล่าวต่ออีกว่า ในถุงใบนี้มีทั้งหมด 62 ดินาร 45 ดินาร เป็นค่าขายที่ดินซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากบิดาของเขา 14 ดินาร เป็นรายได้จากการขายทรัพย์สินของสังคม ส่วนอีก 3 ดินารเป็นค่าเช่าร้านค้า”

อิมามฮะซันอัซการีย์ (อ.) กล่าวว่า.. “โอ้บุตรรักของฉัน เจ้ากล่าวถูกต้องแล้ว ตอนนี้เจ้าจงช่วยแนะนำชายผู้นี้ ให้แยกสิ่งของที่อนุมัติและไม่อนุมัติออกจากกันด้วย”  เด็กน้อยผู้นั้นได้แยกเหรียญที่อนุมัติและไม่อนุมัติออกจากกันด้วยความตั้งใจ  พร้อมกับอธิบายเหตุผลที่ไม่อนุมัติของเหรียญเหล่านั้นอย่างละเอียด  หลังจากนั้นฉันได้หยิบถุงอื่นขึ้นมา เด็กน้อยได้ระบุที่มาของถุงเงินใบนั้น สถานที่อยู่อาศัยของเจ้าของ และส่งมาจากที่ใด หลังจากนั้นกล่าวว่า "ในถุงใบนี้มีเหรียญอยู่ 50 ดินาร ซึ่งไม่เหมาะสมที่เราจะแตะต้องมัน"  ท่านอธิบายถึงเหตุผลที่ไม่บริสุทธิ์ของทรัพย์สินนั้นอย่างละเอียด  

ในเวลานั้นอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) กล่าวว่า.. “โอ้บุตรชายของฉัน เจ้ากล่าวถูกแล้ว”  หลังจากนั้นท่านได้หันไปทางอะฮฺมัด บุตรของอิซฮาก พร้อมกับกล่าวว่า : “จงนำกลับไปคืนให้แก่เจ้าของ หรือแนะนำว่าส่งคืนเจ้าของเขาไป และบอกกับเขาด้วยว่าเราไม่ต้องการทรัพย์สินเหล่านี้” [7]

การนมาซมัยยิตให้แก่บิดา
บทบาทสุดท้ายที่อิมามมะฮ์ดีย์ (อ.) กระทำไว้ก่อนเข้าสู่ช่วงการเร้นกาย คือ การนมาซคนตายแก่บิดาสุดที่รักของท่าน อบุลอัดนาน ได้ไปหาอิมามฮะซัน อัซการีย์ (อ.) และกล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ในช่วงสุดท้ายแห่งชีวิตอันจำเริญของท่านอิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) ท่านมอบจดหมายต่าง ๆ แก่ฉัน และสั่งว่า "จงนำจดหมายเหล่านี้ไปยังเมืองต่าง ๆ และหลังจาก 15 วัน เจ้าจะกลับมายังซามิรออ์ เจ้าจะได้ยินเสียงร่ำไห้ดังจากบ้านของฉัน  และเจ้าจะไห้เห็นพวกเขาอาบน้ำศพให้แก่เรือนร่างบริสุทธิ์ของฉัน”

ฉัน (อบุลอัดนาน) กล่าวว่า : “โอ้อิมามของฉัน หากเป็นดังนั้นแล้วใครคืออิมามหลังจากท่าน?”
อิมามอัสการีย์ (อ.) กล่าวว่า.. “ใครก็ตามที่ต้องการคำตอบจดหมายของฉันจากท่านเขา คือ อิมามหลังจากฉัน”
ฉันกล่าวว่า :  “โปรดบอกสัญลักษณ์อื่นของอิมามแก่ฉันด้วย”
อิมาม (อ.) กล่าวว่า.. ผู้ใดนมาซคนตายให้ฉันเขา คืออิมามหลังจากฉัน”
ฉันกล่าวว่า : “โปรดบอกสัญลักษณ์อื่นของอิมามแก่ฉันอีก”
อิมาม (อ.) กล่าวว่า.. “ผู้ใดก็ตามแจ้งถึงสิ่งที่อยู่ในถุงของฉัน เขาคืออิมามหลังจากฉัน”

แต่เนื่องจากอาการของอิมามไม่สู้ดีนัก จึงไม่เอื้ออำนวยให้ฉันถามถึงสิ่งที่อยู่ในถุงนั้น ฉันได้นำจดหมายไปตามเมืองต่าง ๆ ตามที่อิมามสั่งและรับคำตอบเหล่านั้นมา ดังที่อิมามกล่าวไว้ หลังจาก 15 วัน ฉันได้กลับมายังซามิรออ์อีกครั้ง  ฉันได้ยินเสียงร่ำไห้ดังออกมาจากบ้านของท่านอิมาม เห็นพวกเขากำลังอาบน้ำศพให้แก่อิมาม  ขณะนั้นฉันเห็นญะอ์ฟัรน้องชายของอิมามอัสการีย์ (อ.) ยืนอยู่ที่ประตูบ้านอิมาม และมี
ชีอะฮ์บางกลุ่มเข้ามาแสดงความเสียใจ พร้อมกับกล่าวแสดงความยินดีต่อตำแหน่งอิมามกับญะอ์ฟัร ฉันกล่าวกับตัวเองว่า ถ้าเขาได้เป็นอิมามจริงตำแหน่งอิมามคงได้รับความเสียหายแน่นอน  เนื่องจากฉันรู้จักเขาดี เขาดื่มสุราเล่นการพนันเป็นผู้มีความประพฤติไม่ดี และไม่ใส่ใจต่อหลักการอิสลาม แต่เนื่องจากฉันกำลังตามหาบุคคลที่มีสัญลักษณ์ตามที่อิมามฮะซัน อัสการีย์ (อ.) กล่าวไว้ ฉันจึงเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับกล่าวแสดงความเสียใจ และกล่าวยินดีกับเขาเหมือนกับประชาชนคนอื่น แต่เขาไม่ได้ถามหาคำตอบในจดหมายจากฉัน หลังจากนั้น อะกีดคนรับใช้ในบ้านอิมาม (อ.) เดินออกมา และกล่าวกับญะอ์ฟัรว่า..

 “โอ้นายของฉัน พวกเราอาบน้ำและห่อศพ (กะฟั่น) อิมามอัซการีย์ (อ.) เรียบร้อยแล้ว ท่านจงลุกขึ้นและนมาซคนตายแก่อิมามเถิด”

ฉันเดินเข้าไปในบ้านอิมามพร้อมกับญะอ์ฟัรและบรรดาชีอะฮ์คนอื่น ฉันเห็นเรือนร่างบริสุทธิ์ของอิมามถูกห่อเรียบร้อยแล้ววางอยู่ตรงหน้าพวกเรา ญะอ์ฟัรเดินไปข้างหน้าเตรียมที่จะนมาซให้กับอิมาม ซึ่งเป็นพี่ชายของตน ขณะที่เขาจะตักบีรอัลลอฮุอักบัร เพื่อเริ่มต้นนมาซ  เด็กคนหนึ่งมีหน้าตาผ่องใสสะอาดสะอ้านเปล่งประกายขาวนวลเดินออกมา จับเสื้อของญะอ์ฟัรพร้อมกับกล่าวว่า.. 
“โอ้ อาของฉัน ถอยหลังออกไปเถิด ฉันมีสิทธิ์นมาซให้บิดาของฉันมากกว่าท่าน”

ญะอ์ฟัรได้ถอยหลังออกไปด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงไม่พอใจ และเด็กคนนั้นได้เข้ามานมาซแทนญะอ์ฟัร หลังจากนั้นเขากล่าวกับฉันว่า.. “จงมอบคำตอบจดหมายเหล่านั้นที่ท่านนำมาแก่ฉัน”  ฉันได้มอบคำตอบจดหมายตามคำเรียกร้อง และกล่าวกับตัวเองว่า.. นี่เป็นสัญลักษณ์ที่สองที่บ่งบอกว่าเด็กคนนี้เป็นอิมาม คงเหลือเรื่องราวเกี่ยวกับถุงตามที่อิมามกล่าวไว้  ฉันได้เดินเข้ามาหาญะอ์ฟัรซึ่งกำลังร้องไห้เสียใจอยู่ในขณะนั้น มีชีอะฮ์คนหนึ่งถามเขาว่า..เด็กคนนั้นเป็นใคร?

ญะอ์ฟัรตอบว่า.. “ขอสาบานด้วยพระนามของพระเจ้า ฉันไม่รู้จักเขาและไม่เคยเห็นเขามาก่อนหน้านี้”
อบุลอัดนาน กล่าวต่อไปอีกว่า พวกเรานั่งอยู่ ณ ที่นั้น จนกระทั้งมีชีอะฮ์จากเมืองกุ่มเดินทางมา  และ
ถามหาอิมามอัสการีย์ (อ.) เมื่อพวกเขาทราบว่าอิมามชะฮีดแล้ว จึงกล่าวว่า.. “จะให้พวกเรากล่าวแสดงความเสียใจกับผู้ใด”  ประชาชนได้ชี้ไปที่ญะอ์ฟัร พวกเขาได้เข้าไปหากล่าวสลาม กล่าวแสดงความเสียใจและความยินดีพร้อมกัน หลังจากนั้นพวกเขากล่าวกับญะอ์ฟัรว่า.. “พวกเรามีจดหมายมา และทรัพย์สินบางส่วนมาด้วย ท่านจงตอบมาซิว่าจดหมายเป็นของผู้ใด และมีทรัพย์สินเท่าไหร่?”

ญะอ์ฟัรโกรธมากเขาลุกขึ้นยืนและกล่าวเสียงดังว่า “พวกเจ้าต้องการความรู้เร้นลับจากเราหรือ?”  ขณะนั้นคนรับใช้ในบ้านอิมามเดินออกมาข้างนอกและกล่าวว่า “จดหมายที่พวกท่านนำมาเป็นของบุคคลนั้น” (เอ่ยนามเจ้าของจดหมายพร้อมกับที่อยู่ของเขา) และกล่าวต่ออีกว่า “เงินในถุงที่ท่านนำมามีจำนวน 1,000 ดินาร”  พวกเขาได้มอบจดหมายและถุงเงินแก่คนรับใช้ของท่านอิมาม (อ.) พร้อมกับกล่าวว่า.. “ผู้ที่ส่งเจ้ามารับจดหมายและถุงเงินคืออิมาม” [8]
------------------------
เอกสารอ้างอิง :
[1] กะมาลุดดิน เล่ม 2 บทที่ 38 หน้า 80
[2] กะมาลุดดิน เล่ม 2 บทที่ 43 ฮะดีซที่ 2 หน้า 162
[3] อ้างแล้วแล่มเดิม บทที่ 42
[4] อ้างแล้วแล่มเดิม หน้าที่ 158
[5] อิซบาตุลฮุดาต เล่ม 3 ภาคที่ 7 หน้า 700
[6] กะมาลุดดีน เล่ม 2 ฮะดีซที่ 21 หน้า 190
[7] กะมาลุดดีน เล่ม 2 หมวดที่ 23 ฮะดีซที่ 21 หน้าที่ 190
[8] กะมาลุดดีน เล่ม 2 หมวดที่ 25 หน้าที่ 223
_________
จากเว็บไซด์ : http://www.balaghah.net/nahj-htm/thi/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น