วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ความศรัทธาในมะฮ์ดี คือบ่อเกิดแห่งสติปัญญาและความหวัง

ความศรัทธาในอิมามมะฮ์ดี (อ.) ผู้ถูกสัญญา ผู้ถูกรอคอย (อัล มุนตะซ็อร) ผู้ซึ่งเป็นความหวังของโลกในยุคสุดท้ายนั้น ได้ถูกปูพื้นฐานมาตั้งแต่ในยุคสมัยท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลฯ)  และบรรดาอิมามผู้บริสุทธิ์ (อ.) ก็ได้รายงานเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ทั้งในแง่การเร้นหาย (ฆอบบะฮ์), การปรากฏตัวอีกครั้งหนึ่ง และการต่อสู้ของท่าน ตลอดจนบุคลิกภาพต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดี (อ.) ซึ่งรายงานเหล่านี้ ได้ถูกถ่ายทอดต่อกันมาอย่างแพร่หลาย จากบรรดาสาวกและสหายท่านศาสดา (ศ็อลฯ) และอิมามผู้บริสุทธิ์ (อ.) ซึ่งจะเห็นได้ว่าในหนังสือ “อัลอิมาม อัลมะฮ์ดี” ได้มีบันทึกชือของศอฮาบะฮ์ 50 ท่าน และชื่อของบรรดาตาบิอีนอีก 50 ท่าน ที่ได้รายงานฮะดีษเกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดี (อ.)

บรรดากวีมุสลิมได้เขียนบทกวีเกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ไว้อย่างมากมาย และส่วนมากกวีเหล่านั้นได้เขียนก่อนการประสูติของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) นับเป็นศตวรรษ ตัวอย่างเช่น

“ดิอ์บัล คุซาอี”  กวีเอกท่านหนึ่งได้แต่งบทกวีเกี่ยวกับท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) ต่อหน้าท่านอิมามริฎอ (อ.) โดยกล่าวว่า..

“ถ้าไม่ใช่เพราะความหวังที่ฉันมีในวันนี้หรือพรุ่งนี้ (หมายถึง การมาของท่านอิมามมะฮดี) 

หัวใจของฉันก็ต้องสลายไปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขา (หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นกับอะฮ์ลุลบัยต์) 

(ความหวังนั้น ก็คือ) การปรากฏของอิมามท่านหนึ่ง ซึ่งไม่มีข้อสงสัยในการปรากฏขึ้น 

เขาจะยืนหยัดด้วยพระนามแห่งอัลลอฮ์ และจากบะรอกัตของพระองค์ 

(และเขา) จะเป็นผู้แยกแยะในหมู่พวกเรา ระหว่างสัจธรรมกับความเท็จ 

(และเขา) จะเป็นผู้ตอบแทนรางวัลและบทลงโทษ" 


หลังจากที่คุซาอี  ได้อ่านบทกว่าบทนี้จบ ท่านอิมามริฏอ (อ.) จึงได้กล่าวกับเขาว่า..
“โอ้ คุซาอี เอ๋ย! บทกวีบทนี้พระเจ้าเป็นผู้ใส่มันลงไปในปากของเจ้า เจ้ารู้ไหมว่าอิมาม คือใคร?”


คุซาอี  ได้ตอบว่า.. “ฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่เพียงว่า จะมีอิมามท่านหนึ่งจากลูกหลานของท่านปรากฏขึ้น และเขาจะทำให้โลกนี้เต็มไปด้วยความสันติยุติธรรม”

ท่านอิมามริฎอ (อ.) จึงกล่าวขึ้นว่า.. “โอ้ คุซาอี อิมามหลังจากฉัน คือมุฮัมมัด (อิมามญะวาด) บุตรชายของฉัน และหลังจากเขา ก็คือบุตรชายของเขา อะลี (อิมามฮาดี) และหลังจากเขา (อะลี) ก็คือ บุตรชายของเขา ฮะซัน (อิมามอัสการี) และหลังจากเขา (ฮะซัน) ก็บุตรของเขา ฮุจญัต อัล กออิม (อิมามมะฮ์ดี) ซึ่งการเร้นหายของเขาจะต้องรอคอย และในการปรากฏกายของเขาจะต้องภักดี และแม้ว่าโลกนี้จะมีเวลาเหลืออีกเพียงวันเดียว อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ก็จะทรงทำให้วันนั้นยืดยาวจนกระทั่งกออิม (อิมามมะฮ์ดี) ปรากฏ และทำให้โลกเต็มไปด้วยความสันติและยุติธรรม หลังจากที่มันเต็มไปด้วยความอธรรมและการกดขี่" [1]

*ท่านซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี นักการศาสนา ซึ่งเป็นผู้นำคนสำคัญคนหนึ่งของมุสลิมสายชีอะฮ์อิมามิยะฮ์ ในประเทศไทย ได้กล่าวว่า...

ความศรัทธาเกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดี (อ.) เป็นบ่อเกิดแห่งสติปัญญาและความหวัง

ความศรัทธาเกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดี (อ.) เป็นบ่อเกิดแห่งสติปัญญา และความหวัง  ทั้งนี้ เนื่องจากการศรัทธาในเรื่องราวของอิมามมะฮ์ดี (อ.) และมีความรู้สึกว่า การปรากฏตัวของท่านเป็นไปได้ตลอดเวลานั้น มีผลต่อจิตสำนึกอย่างลึกซึ้งในจิตวิญญาณของผู้ศรัทธา พวกเขาจะเตรียมพร้อมตลอดเวลาและระวังตัวเองจากการกดขี่หรือการละเมิดต่อผู้อื่น มีความรักในความยุติธรรมและภราดรภาพ และจะระวังตัวเองจากความการกระทำความผิดบาป จนกว่าโอกาสแห่งการพบเจอและรับใช้อิมามมะฮ์ดี (อ.) จะมีมายังเขา

ความศรัทธาเกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดี (อ.) จะทำให้ผู้ศรัทธาไม่เข้าไปอยู่ภายใต้การปกครองใด ๆ ของบรรดาผู้ปกครองอันจอมปลอมและการกดขี่ การศรัทธาอันนี้จะสร้างความรู้สึกต่อต้าน และเผชิญหน้าของ
ผู้ศรัทธาต่อบรรดาผู้นำเผด็จการ ผู้นำจอมปลอม และปฏิเสธอำนาจของพวกผู้นำเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง

ความเชื่อในการมาปรากฏตัวของอิมามมะฮ์ดี (อ.) จะต้องไม่เป็นสาเหตุทำให้มวลศรัทธาชนต้อง
มอบหมายการงานของพวกเขาไว้กับอนาคต และโดดเดี่ยวตัวเองจากสังคม โดยปล่อยให้ผู้ปฏิเสธ หรือผู้ชั่วร้ายครอบครองกิจการของโลกทั้งหมด ศรัทธาชนจะต้องไม่ละความพยายามในการที่จะพัฒนา
ตัวเอง พัฒนาบุคลากร สร้างความเจริญรุ่งเรือง ด้านความรู้ อุตสาหกรรม การเมือง และสร้างสรรค์
สังคมให้ดีงาม

ความคิดที่ว่า “การศรัทธาเกี่ยวกับอิมามมะฮ์ดี (อ.)” จะทำให้เกิดความสิ้นหวังหรืออ่อนแอนั้น เป็นความคิดที่เป็นโมฆะ   ถ้าหาเราหันมาดูที่บรรดาผู้นำทางศาสนา บรรดาสาวก บรรดาผู้รู้ ที่ได้
เสียสละต่อสู้ พยายามสร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่อิสลามตลอดหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา โดยไม่ปฏิเสธหน้าที่และความรับผิดชอบของพวกเขาที่มีต่ออิสลาม พวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่ผู้ศรัทธาต่ออิมามมะฮ์ดี (อ.) ดอกหรือ?!

มวลศรัทธาชนในวันนี้.. มีพันธะสัญญาอันยิ่งใหญ่ ที่จะต้องยืนหยัดต่อสู้ จะต้องรู้จักใช้สถานการณ์และโอกาสอย่างชาญฉลาดในสังคมต่าง ๆ จะต้องวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ จะต้องตื่นตัวและมีส่วนร่วมในการสกัดกั้นอำนาจและอิทธิพลของศัตรู จะต้องป้องกันการโจมตีของศัตรู ทางด้านความคิด เศรษฐกิจ การเมือง และการทหารที่มีต่ออิสลาม

มวลศรัทธาชนต้องมีความพยายามยามอย่างสุดความสามารถ ในการขัดเกลาจิตวิญญาณและสร้างบุคลิกภาพส่วนตัว จนมีคุณสมบัติที่เพียบพร้อมจะได้สัมผัสกับอิมามมะฮ์ดี (อ.) ได้เป็นผู้ช่วยเหลือท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.) และสร้างฐานรองรับการมาปรากฏกายของอิมามมะฮ์ดี (อ.) [2]



---------------------

[1] หนังสือเรื่อง “อิมามมะฮ์ดี ความหวังสุดท้ายของโลก” : แปลโดย ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี
‪[2] สุนทรวลีซัยยิดสุไลมานฮูซัยนี : 24 กุมภาพันธ์ 2557

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น